• 093-194-6419
  • Bangkok, Thailand
  • Lost Password

พิธีแต่งงานแบบคริสต์ และความเชื่อต่างๆ

5,281










หัวใจของพิธีแต่งงานในศาสนาคริสต์คือการกล่าวคำมั่นสัญญา ซึ่งหมายถึงการทำพันธสัญญาต่อพระเจ้า ด้วยการกล่าวคำ ปฏิญาณต่อพระองค์ โดยมีแขกที่มาร่วมในพิธีเป็นพยาน _wd

พิธีแต่งงานแบบคริสต์และความเชื่อต่างๆ

หัวใจของพิธีแต่งงานในศาสนาคริสต์คือการกล่าวคำมั่นสัญญา ซึ่งหมายถึงการทำพันธสัญญาต่อพระเจ้า ด้วยการกล่าวคำปฏิญาณต่อพระองค์ โดยมีแขกที่มาร่วมในพิธีเป็นพยานโดยมีคำพูดดังนี้  “ขอสัญญากับพระองค์ว่า จะขอรับ (ชื่อเจ้าสาว หรือเจ้าบ่าว)….. เป็นภรรยา (สามี) ของข้าพเจ้า ไม่ว่าจะมั่งมีหรือยากจน สุขหรือทุกข์ เจ็บป่วยหรือสุขสบาย จะขอสัตย์ซื่อ ต่อเธอผู้เป็นภรรยา (ต่อคุณผู้เป็นสามี) ตลอดไป จนกว่าความตายจะมาแยกเราออกจากกัน”

คำกล่าวที่ชาวคริสต์ปฏิญาณออกไปนั้นเป็นการกล่าวคำสัญญาบุคคล 3 ฝ่ายคือ ตัวเรา อีกฝ่าย (คนที่เราจะแต่งงาน ด้วย) และพระเจ้าเราจึงต้องตั้งใจและยึดมั่นในคำสัญญา ถึงแม้ว่าคนรุ่นหลังจะเหลวไหลไม่ทำตาม แต่ก็ถือว่าเป็นส่วนน้อย เพราะถ้าชาวคริสต์ที่มีพลังศรัทธา ก็จะยึดถือในคำสัญญานี้อยู่ตลอดเวลา
          เมื่อสัญญาแล้วก็แลกแหวนกัน ซึ่งเป็นวิธีที่ปฏิบัติตามกันมาไม่ว่ากี่ยุคสมัย ส่วนสิ่งที่แตกต่างอาจเป็นเรื่องของสีสัน เช่นการเพิ่มเข้ามาของขบวนเจ้าสาว เด็กโปรยดอกไม้ก่อนเข้าโบสถ์ ผู้จุดเทียน การสวมผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว ซึ่งนั่นเป็น เรื่องของธรรมเนียมของแต่ละประเทศแต่ละท้องถิ่นที่จะเติมสีสันให้กับงานแต่งงาน

หัวใจของพิธีแต่งงานในศาสนาคริสต์คือการกล่าวคำมั่นสัญญา ซึ่งหมายถึงการทำพันธสัญญาต่อพระเจ้า ด้วยการกล่าวคำ ปฏิญาณต่อพระองค์ โดยมีแขกที่มาร่วมในพิธีเป็นพยาน _wd
_WD

ต่างศาสนารักกัน แต่งงานกันได้ไหม

ชาวคริสต์เชื่อว่าคนที่เราจะแต่งงานด้วยนั้นเป็นคนที่พระเจ้าเลือกให้การแต่งงานกับคน ต่างศาสนานอกจากจะขัดกับความเชื่อตามพระคัมภีร์แล้ว ยังมีปัญหาเรื่องของความเชื่อ และแนวทางการตัดสินใจที่แตกต่างกัน จะทำให้คู่บ่าว-สาวที่ต่างศาสนากันจะมีการปรับ ตัวยากกว่า เพราะถ้าเรานับถือพระเจ้าเหมือนกัน เราจะเกรงใจว่าจะไม่ทำอะไรที่ไม่ซื่อ สัตย์ต่อกัน แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่มีพระเจ้า เราคงไม่รู้ว่าเขาทำอะไรที่ไม่ซื่อสัตย์หรือเปล่า เพราะเขาไม่ต้องเกรงใจพระเจ้าเหมือนเรา การแต่งงานในศาสนาคริสต์ มีความหมายถึง การอยู่ร่วมกันไม่ว่าเธอและฉันจะเป็นอย่างไรต่อไปจากนี้ ซึ่งการเดินไปด้วยกันต้องเริ่ม จากการคิดเหมือนกัน มีอุดมการณ์ที่เหมือนกัน ทางแก้ไขสำหรับคนศาสนาอื่นที่มาหลง รักชาวคริสต์ ทางออกมีทางเดียวคือต้องสมัครใจเปลี่ยนตัวเองมานับถือศาสนาคริสต์ ต้องศึกษาบทเรียนของชาวคริสต์ซึ่งไม่ว่าจะเป็นคริสเตียนหรือคาทอลิกก็มีข้อกำหนดที่เหมือนกัน แต่นั่นเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คงไม่มีอะไรแน่นอน เพราะคนที่ เปลี่ยนมานับถือคริสต์ทีหลังนั้นก็ไม่ได้ศึกษาและศรัทธาอย่างลึกซึ้งมาตั้งแต่เด็ก

_WD

แต่งงานต่างโบสถ์

ส่วนใหญ่ชาวคริสต์จะมีโบสถ์ประจำของตัวเอง ส่วนใหญ่เป็นโบสถ์ที่เข้ามาตั้งแต่สมัย คุณพ่อคุณแม่ เวลาแต่งงานก็ต้องแต่งที่โบสถ์นั้น และถ้าชาวคริสต์รักกันเองแต่อยู่ต่าง โบสถ์กัน ก็ต้องเลือกมาสักโบสถ์ ชาวคริสต์ส่วนใหญ่จะผูกพันกับโบสถ์ที่ตัวเองเติบโต ขึ้นมา การแต่งต่างโบสถ์ไม่ค่อยเป็นที่นิยม แต่ก็ยืดหยุ่นได้ถ้ามีเหตุผลที่เพียงพอ อย่าง เช่นโบสถ์ของตัวเองเล็กเกินไป ไม่สามารถรับรองแขกได้ทั้งหมด แต่ก่อนการแต่งงาน อาจารย์ประจำโบสถ์ที่ทำพิธีจะโทรศัพท์มาพูดคุยกับอาจารย์ประจำโบสถ์ของบ่าว-สาวก่อน เพื่อเป็นการให้เกียรติ และเพื่อเช็กว่าบ่าว-สาวได้แจ้งอาจารย์ประจำโบสถ์ไว้อย่าง ถูกต้องแล้ว

_WD

สถานที่แต่งงาน

ชาวคริสต์ถือว่าโบสถ์คือความศักดิ์สิทธิ์ และเชื่อว่าพระเจ้าอยู่ที่นี่ จึงรู้สึกดีและรู้สึกถึง ความเป็นมงคล แต่มีบางคู่ที่ต้องแต่งงานกันข้างนอกหรือสถานที่อื่น เพราะบาทหลวง หรือศิษยาภิบาลไม่ให้เข้าไปแต่งงานในโบสถ์ อย่างเช่นคู่รักต่างศาสนาที่ยังไม่ได้รับ การอบรมการเป็นชาวคริสต์ หรือคู่ที่ท้องก่อนแต่ง อาจารย์บางท่านอาจพิจาณาเหตุและ ผลที่เหมาะสม และประกอบพิธีให้ แต่ต้องไม่ใช่ในโบสถ์ หรือบางท่านที่อนุรักษ์นิยม มาก ก็จะไม่ประกอบพิธีให้เลย

_WD

เรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกัน

ก่อนการแต่งงานชาวคริสต์ต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตคู่ภายใต้ความเชื่อและความศรัทธา แบบเดียวกันจากบาทหลวงหรือศิษยาภิบาลก่อนทุกคน เนื้อหาของบทเรียนเป็นเรื่องของการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันตามคำสอนที่บัญญัติไว้ในพระคัมภีร์ เพราะเกี่ยวข้องกับความ ศรัทธาว่า 2 คนจะดำรงชีวิตในความศรัทธาอย่างไรที่จะส่งต่อไปสู่ลูกในวันข้างหน้าได้อย่างถูกต้อง เวลาในการเรียนจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความเข้าใจของแต่ละคู่ แต่ ส่วนใหญ่จะเรียนไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำและไม่เรียนไม่ได้ เพราะบาทหลวงหรือศิษยาภิบาลก็จะไม่ประกอบพิธีแต่งงานให้ แต่ก็มีบางท่านที่ยอม ซึ่งท่านจะดูตามเหตุผลและความเหมาะสม

หัวใจของพิธีแต่งงานในศาสนาคริสต์คือการกล่าวคำมั่นสัญญา ซึ่งหมายถึงการทำพันธสัญญาต่อพระเจ้า ด้วยการกล่าวคำ ปฏิญาณต่อพระองค์ โดยมีแขกที่มาร่วมในพิธีเป็นพยาน _wd

About Author

One Response to พิธีแต่งงานแบบคริสต์ และความเชื่อต่างๆ

  1. Anonymous

    หากคุณฝันถึงงานแต่งงานที่ไม่เหมือนใคร เราคือผู้ช่วยที่พร้อมจะดูแลทุกอย่างเพื่อคุณ ถ้าคิดไม่ออก ลองปรึกษา Design by PeeraPach ดู ว่าเราชอบอะไร ยังไง สีไหน ให้เค้าช่วยคิดช่วยวางแผนได้ ทั้งนี้ ขอขอบคุณที่ให้เราได้มีส่วนเนรมิตวันสำคัญของคุณ Mobile Phone : ( 66)81-4589583 Peerapach Auttapan( 66)85-5562232
    E-mail: peerapachauttapan@hotmail.com
    E-mail: ae_peerapachauttapan@hotmail.com
    http://www.designbypa.com/
    http://facebook.com/designbypa

Comment

Thailand Web Stat © 2014 JDesign Agency | All rights Reserved