• 093-194-6419
  • Bangkok, Thailand
  • Lost Password

March, 2012

เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่ต้องการขน... จึงต้องพึ่งเลเซอร์…อัศวินพิชิตขน            ขน เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายคนเรามีมาตั้งแต่เกิด จำนวนมากหรือน้อย  สีของขนเข้มหรือจางก็แล้วแต่บุคคล แต่สำหรับคุณสาวๆ สมัยนี้ซึ่งต้องการอวดผิวใสเนียนเรียบปราศจากขน  ทั้งขนที่บริเวณใบหน้า ไรผม หนวด ซึ่งเป็นอุปสรรคในการแต่งหน้า หรือขนตามผิวกาย ทั้งใต้วงแขน แขน เรียวขา ตลอดจนบริเวณบิกินี่  การกำจัดขนจึงเป็นเรื่องใกล้ตัวเป็นสิ่งเล็กๆที่กลายเป็นปัญหาใหญ่ของหลายๆคน   ไม่เว้นแม้แต่ผู้ชายเองที่มีปัญหาเรื่องหนวดเครา ซึ่งปกติแล้วหนวดเคราของผู้ชายจะงอกเฉลี่ยวันละ 0.2 - 0.5 มม.  ทำให้ระยะเวลาและความถี่ในการโกนหนวดของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนอาจต้องโกนทุกวัน ในขณะที่บางคนอาจโกนสัปดาห์ละหลายครั้งทำให้เรื่องขนกลายมาเป็นปัญหาที่ต้องเสียเวลาเอาใจใส่และน่ารำคาญไม่น้อย            การกำจัดขนแบบเดิมๆที่ทำกันมานมนาน ก็คือการถอน และการโกน เพราะทำง่ายสะดวกไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไรมาก ค่าใช้จ่ายน้อย  แต่สิ่งที่ตามมาคือ การอักเสบของผิว เกิดเป็นตุ่ม เกิดขนคุด เกิดการอุดตันในรูขุมขน รูขุมขนใหญ่ ขนที่ขึ้นมาใหม่แข้งกระด้าง เกิดรอยดำ ผิวขรุขระไม่เรียบ ต้องโกนบ่อย และถอนเป็นประจำ  ต่อมามีการพัฒนารูปแบบการกำจัดขนขึ้นมาด้วยการใช้ขี้ผึ้งหรือแวกซ์ หรือบางคนก็ใช้สารเคมีพวกครีมกำจัดจน  แต่ทั้งสองวิธีก็อาจทำให้เกิดการแพ้ ระคายเคืองและอักเสบได้ ซึ่งสารพัดวิธีที่ว่านี้ล้วนเป็นการหยุดยั้งขนได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะไม่นานขนก็จะขึ้นมาใหม่อีกครั้ง            นพ.ธรรมสถิต จันทจิตร์ แห่งยศยาคลินิก  กล่าวว่า  ปัจจุบันมีการนำเลเซอร์มาใช้เพื่อกำจัดขนซึ่งวิธีนี้ถือว่าได้ผลดี วิธีการคือการเลือกคลื่นแสงที่เหมาะสมหรือ Selective Photothermolysis โดยเลือกช่วงความยาวและความกว้างของคลื่นที่เหมาะสมที่ให้พลังงานเพียงพอไปยังขน  พลังงานจากเลเซอร์จะถูดดูดซึมโดยเม็ดสีเมลานินในต่อมขน  ก่อนที่ความร้อนจะกระจายออกไปเพื่อทำลายขนโดยไม่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง  พลังงานเลเซอร์ถูกออกแบบมาให้ทำงานเฉพาะเจาะจงกับเซลส์เม็ดสีในรากขน  เมื่อเซลส์รากขนถูกทำลาย ขนก็จะหลุดร่วงไปและไม่ขึ้นใหม่          1. สำหรับคลื่นแสงในแต่ละความยาวคลื่นก็มีคุณสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้1. คลื่นแสงที่มีความยาวคลื่น 590-1,200 nm หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ IPL เป็นการใช้แสงความเข้มสูง เครื่องมือนี้เป็นการใช้ไฟแฟลชที่มีตัวกรองแสงเพื่อสร้างแสงมีความยาวคลื่นกับจังหวะการตกกระทบ โดยแสงจะเข้าไปทำลายขน และเพราะ IPL  เป็นแสงความเข้มข้นสูงแต่ความยาวของคลื่นสั้นจึงทำให้พลังงานไม่สูงพอจะทำลายรากขนได้ทั้งหมด อาจจะได้ผลบ้างในไรขนอ่อนๆ บางๆ แต่ถ้าขนดกหนา ผลคือขนบางลงและขึ้นช้าแต่จะไม่หายไปทั้งหมด           IPL เป็นเครื่องมือที่กำจัดขนได้รวดเร็ว แต่ก็มีข้อควรระวังคือ ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเพราะผิวหนังอาจดูดซับพลังงานที่มากเกินไปทำให้ผิวไหม้ได้          2.เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 800 nm หรือที่เรียกว่า Diode Laser เครื่องมือชนิดนี้ให้พลังงานสูงให้ผลได้ดีกว่า IPL เนื่องจากมีความยาวคลื่นที่เหมาะสม จึงสามารถทำลายลึกถึงรากขน  เหมาะสำหรับกำจัดขนบริเวณพื้นที่ใหญ่ๆ เช่น ขนหน้าอก หน้าท้องอย่างไรก็ตามเมื่อใช้กับผู้ที่มีสีผิวเข้ม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้           3.เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 1,064 nm หรือที่เรียกว่า Long Pulse ND-YAG Laser หรือที่คุ้นหูว่าแย๊ก สามารถใช้กำจัดขนได้กับผิวหนังทุกประเภทความเข้ม และด้วยความยาวของคลื่นสูงจึงสามารถทะลุไปยังใต้ผิวหนังชั้นลึกสามารถกำจัดขนได้ลงลึก การดูดซับพลังงานที่ผิวหนังน้อย  จึงเกิดประสิทธิภาพในการกำจัดขนได้ดี รวมทั้งมีระบบประคบให้ความเย็นของเครื่องมือยังปกป้องผิวหนัง  เหมาะกับทุกสีผิวไม่ว่าสีผิวจะเข้มระดับใดก็ตาม ทั้งผิวขาว ผิวสองสี และผิวคล้ำ การกำจัดขนด้วยเลเซอร์ Long-Pulse มีข้อดีอีกอย่างคือ สามารถใช้เลเซอร์สอดเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อทำลายต่อมเหงื่อ จึงสามารถกำจัดกลิ่นตัวไม่พึงประสงค์ใต้รักแร้ และลดการเกิดเหงื่อได้ด้วย                      คุณหมอแห่งยศยาคลินิกเสริมว่า  การใช้เลเซอร์กำจัดขนในครั้งแรก อาจมีขนหลงเหลืออยู่บ้างก็อย่าเพิ่งตกใจ เพราะขนจะเริ่มบางเป็นขนอ่อนลงเรื่อยๆ และหมดไปในที่สุด ต่างกับวิธีกำจัดขนแบบชั่วคราว ที่เส้นขนจะงอกขึ้นมาใหม่เท่าเดิมอยู่เรื่อย ๆ เพราะรากขนยังไม่ได้ถูกทำลายไป ข้อดีอีกอย่างคือผิวบริเวณที่กำจัดขนจะเรียบเนียน กระชับ และขาวขึ้น เพราะพลังงานเลเซอร์จะไปช่วยกำจัดเซลล์เม็ดสี และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนภายในบริเวณนั้นด้วย   สำหรับจำนวนของการยิงเลเซอร์กำจัดขน  กว่าที่ขนจะถูกทำลายไปจนหมดนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล   แต่หากมีการทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ปัญหาขนก็จะค่อยๆหมดไปอย่างถาวร โดยปกติอยู่ที่ประมาณ 5-6 ครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดและสภาพเส้นขนแต่ละคน  อย่างไรก็ตามการกำจัดขนด้วยเลเซอร์ก็ยังมีข้อควรระวังหรืออาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้เช่นการบวมเป็นรอยแดง  แต่จะค่อยๆหายไปเอง   คุณหมอหนุ่มยังฝากข้อคิดเตือนใจว่า  ผู้บริโภคจำเป็นต้องรู้เท่าทันก่อนจะจ่ายสตางค์ยิงเลเซอร์กำจัดขน ควรตรวจสอบว่าเครื่องมือที่ใช้เป็นเลเซอร์ประเภทใด เหมาะสมหรือไม่อย่างไรกับสภาพผิวและขนของแต่ละคน   เนื่องจากเส้นขนจะมีลักษณะความหนาบาง และสีแตกต่างกันตามเชื้อชาติ สีผิว หรือบริเวณที่เส้นขนขึ้นอยู่  ดังนั้นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล  รวมทั้งความสะอาดของเครื่องมือ สถานที่ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย  เพียงเท่านี้ก็สามารถโบกมือลาขนได้เลย ********ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :  ยศยาคลินิก 257/9 ถ.รัชดาภิเษก ดินแดง กทม. 10400  โทร. 02-6938693
รู้จักเวเซอร์...เสกไขมันหายวับ...           ผู้คนสมัยนี้ด้วยต้องทำงานนั่งโต๊ะ รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา กินอาหารประเภทของมันของทอดเป็นประจำ  ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกายหรือออกกำลังกาย  ทำให้เกิดไขมันพอกพูนสะสม แม้ดูโดยรวมจะดูเหมือนรูปร่างสวยงามสัดส่วนใช้ได้ เพราะการแต่งตัวที่ช่วยปิดบังอำพรางไว้ แต่สัดส่วนที่ขยายออกด้วยไขมันที่ไม่ต้องการ  ทั้งบริเวณต้นขา น่อง  สะโพก หน้าอก หน้าท้อง เอว แก้ม ใต้คาง โหนกหลังต้นคอ ไปจนถึงส่วนหลังและบั้นท้าย  เป็นศัตรูภายในใจที่ใครๆก็อยากอธิษฐานให้หายวับไปกับตา  ถ้าเป็นสมัยก่อนจะนึกไปถึงการผ่าตัดดูดไขมัน ซึ่งขึ้นชื่อว่าเจ็บปวดและทรมานมาก เนื่องจากดูดไขมันออกมาตามท่อ คนไข้เสียเลือดและน้ำเหลือง เนื้อเยื่อบอบช้ำ จึงทำให้ต้องพักฟื้นนาน มีรอยฟกช้ำบวม  และผิวหนังอาจเกิดรอยคลื่น เพราะผิวหนังเก่าที่เคยมีไขมันคอยพยุงตัวไว้ เมื่อดูดไขมันออกไปจึงกลายเป็นโพรง ผิวจึงหย่อยหยาน ขรุขระ ไม่เรียบตึง           ด้วยวิทยาการล้ำหน้าของเทคโนโลยีความงามสมัยนี้ นพ.ทรงยศ จันทจิตร์  ศัลยแพทย์ตกแต่ง  แห่งยศยาคลินิก ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่เรียกว่า  เวเซอร์ (VASER : Vibration Amplification of Sound Energy at Resonance) สามารถขจัดไขมันส่วนเกิน และเซลลูไลท์ต่างๆ ได้ดีภายในระยะเวลาอันสั้น ฟื้นตัวเร็ว ผิวกระชับไม่เป็นคลื่น โดยได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา สหรัฐอเมริกา (US FDA) ในด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย              เวเซอร์เป็นการใช้คลื่นเสียงพลังงานสูง  อัลตราโซนิก (Ultrasonic) กระจายคลื่นเป็นระลอกๆ เป็นผลให้เซลล์ไขมันละลายออกมา  สามารถเลือกเป้าหมายในการทำเวเซอร์ได้อย่างจำเพาะเจาะจง (LipoSelection) แม้เป็นส่วนที่มีไขมันหนาแน่นและดูดยาก เช่น บริเวณหลัง น่อง แขน สะบักหลัง และยังสามารถทำเวเซอร์ได้พร้อมๆกันหลายๆจุด ทั้งหน้าท้อง เอว สะโพก ต้นขา ทรวงอก หรือแม้แต่บริเวณที่มีพื้นที่ขนาดเล็ก เช่น ต้นแขน หัวเข่า ใต้คาง บริเวณคอ และหน้าอกของผู้ชาย           เพราะเป็นพลังงานคลื่นเสียงจึงมีวิธีการทำงานที่นุ่มนวล  และยังเลือกทำลายไขมันได้เฉพาะจุดนี่เอง การทำเวเซอร์จึงไม่ได้ทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อข้างเคียงในจุดที่เราไม่ได้เลือกทำ จึงไม่ส่งผลต่อเส้นประสาท เส้นเลือด และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอื่นๆ เมื่อเกิดความบอบช้ำน้อยคนไข้จึงฟื้นตัวได้เร็ว สามารถทำกิจกรรมต่างๆได้ตามปกติ            การทำงานของเวเซอร์มี 3 ขั้นตอนหลักๆคือ          1. แพทย์จะเติมสารละลายน้ำเกลือชนิดพิเศษเข้าบริเวณที่ต้องการกำจัดไขมัน เพื่อช่วยให้เกิดอาการชา และทำให้หลอดเลือดบริเวณนั้นหดตัวซึ่งช่วยให้การสูญเสียเลือดน้อยที่สุดและลดการเกิดรอยช้ำและบวม หากเป็นบริเวณที่ทำได้ยาก หรือมีการทำพร้อมกันหลายๆจุด แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาสลบกับคนไข้ได้          2. ใช้พลังงานคลื่นเสียงของระบบเวเซอร์ที่มีหัวขนาดเล็ก ปล่อยคลื่นเสียง (ซึ่งเป็นพลังงานคลื่นเสียงที่มีความถี่เดียวกับเครื่องรักษาต้อกระจกดวงตา ) เข้าไปยังบริเวณเนื้อเยื่อเพื่อสลายไขมัน          3. ไขมันที่ถูกสลายเป็นของเหลวทั้งหมด จะถูกดูดออกอย่างนุ่มนวลโดยเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ส่วนที่เหลือร่างกายจะกำจัดออกตามกระบวนการทางธรรมชาติ           จุดเด่นของเวเซอร์หากเปรียบเทียบกับการดูดไขมันด้วยวิธีเดิมๆแล้ว พบว่า เวเซอร์ ช่วยขจัดเซลล์ไขมันให้หายไปขณะที่เนื้อเยื่อรอบข้างยังสมบูรณ์ ทำให้เกิดความเจ็บปวดและรอยช้ำหลังการทำน้อยกว่า  มีการเสียเลือดระหว่างการดูดไขมันน้อยกว่า ผิวหลังการทำเวเซอร์ยังเรียบเนียนกว่า  และยังสามารถทำเวเซอร์ในจุดที่การดูดไขมันแบบเก่าทำได้ยาก และการทำเวเซอร์ยังเห็นผลได้ชัดเจนจากการทำในครั้งแรก ได้รับผลลัพธ์ที่คงอยู่ถาวร เพราะเซลล์ไขมันลดจำนวนลงแล้ว  แต่อย่าลืมว่าไขมันอาจกลับมาได้อีกจึงควรเลือกรับประทานอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอควบคู่ไปด้วย           แม้เวเซอร์จะช่วยสลายไขมันให้หายไปได้อย่างน่าอัศจรรย์  แต่สิ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือ การทำเวเซอร์ต้องทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น อย่าเห็นแก่ราคาโปรโมชั่นหรือแรงยุทางการตลาด ผู้บริโภคควรศึกษาหาข้อมูลก่อนการตัดสินใจทำ เลือกแพทย์ที่น่าเชื่อถือได้รับการฝึกฝนเฉพาะทาง  เพราะต้องมีเทคนิคพิเศษ เช่น ขั้นตอนการใส่น้ำเกลือผสมยาก่อนทำเวเซอร์  , การใช้พลังงานจากการสั่นของคลื่นเสียงซึ่งทำให้เกิดความร้อนขึ้นจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ , การสะสมของไขมันในแต่ละส่วนของร่างกายจะไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะบริเวณที่มีไขมันน้อย เส้นเลือดมากต้องใช้ความชำนาญมาก      รวมไปถึงการใช้ยาสลบ และเลือกสถานที่ซึ่งเหมาะสม มีบุคลากรร่วมซึ่งมีความชำนาญเฉพาะทาง มีการดูแลที่ดีหลังการทำ  สิ่งเหล่านี้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อที่จะได้สัดส่วนใหม่ไฉไลกว่าเดิม  แบบไม่เจ็บตัวและเจ็บใจ ********************************************************************************ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :  ยศยาคลินิก 257/9 ถ.รัชดาภิเษก ดินแดง กทม. 10400  โทร. 02-6938693
ถ้าเปรียบเทียบกับราคาที่เหมาเป็นแพ็คเกจแล้ว ถือว่าเราให้อะไรที่คุ้มค่ากว่ามากค่ะ เพราะอะไรน่ะหรอ - เดี๋ยวนี้การเก็บรูป เราไม่จำเป็นต้องไปอัดเพื่อเก็บไว้ดูทั้งหมด เราสามารถอัดรูปถ่ายที่เราชอบที่สุดจำนวนหนึ่งเพื่อไปโชว์ในวันงาน ส่วนที่เหลือเราก็สามารถดูได้จากอุปกรณ์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันได้ เช่น iPad Notebook SmartPhone Computer เพราะสิ่งเหล่านี้คงจะไม่มีบ้านไหนที่จะปฏิเสธว่าไม่มีอุปกรณ์เหล่านี้ เราก็จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการอัดรูปเอาไว้ไปใช้ในส่วนอื่นได้ -นอกจากประหยัดแล้ว คุณยังได้ภาพที่สวย ตรงใจ เพราะช่างภาพจะใส่ใจภาพถ่ายของคุณมากกว่าที่จะเน้นในเรื่องการทำธุรกิจ และนั่นคือเป้าหมายของเรา
Season of  Love Package                                    ต้อนรับฤดูแห่งความรักกับแพ็คเกจสุดพิเศษที่เดียวที่สมุดโน๊ต แจกฟรี !!  Gift Voucher ห้องพักฮันนีมูน มูลค่าสูงถึง 5,000 บาท กับ 3 Package ที่เรียกได้ว่าคุ้มค่ามากๆ  หากคุณอยากให้ในวันพิเศษ เป็นวันที่คุณจะสวยที่สุดในชีวิต เรียกหาบริการจากเราได้เลยค่ะ ส่งอีเมล์เพื่อขอรายละเอียดแพ็คเกจแบบเต็มได้ที่ samood.note@hotmail.com  หรือโทร 086-5605604แพ็คเกจพิเศษๆแบบนี้มีถึง 31 มีนาคมนี้เท่านั้น
มีคอลเลคชั่นมาใหม่ทั้งของชุดแต่งงานรอบงานเลี้ยง และ ชุดไทยพิธีการ มาใหม่ให้ชมกันแล้วค่ะ  สามรถเข้าไปชมกันได้ที่ Facebook ของ Bridesmaid Thailand ค่ะ :)
เมื่อความรักกับเงินในกระเป๋าเดินสวนทางกัน คุณจะเลือกจัดงานแต่งงานแบบหน้าใหญ่ประเภทขี่ช้างจับตักแตนแล้วนั่งเกี่ยง กันชำระค่างวดหลังแต่งงาน หรือจะเลือกจัดงานแต่งงานแบบพอเพียง แล้วชื่นมื่นกับซองช่วยงานที่ช่วยให้คุณเริ่มต้นชีวิตคู่ได้อย่างเพียงพอ เพราะเหตุผลที่แท้จริงของการแต่งงานคือ การให้เกียรติคุณพ่อคุณแม่ของทั้งสองฝ่าย และเพื่อให้คนรู้จักได้รับทราบว่าเราแต่งงานอยู่กินกันอย่างถูกต้องและเปิดเผยการจัดงานแต่งงานจึงเป็นเรื่อง ของคู่แต่งงานที่แทบไม่ได้ส่งผลอะไรกับแขกที่มาร่วมงานสักเท่าไหร่ ต่อให้จัดงานให้หรูหราฟุ่มเฟือยสักแค่ไหน ไม่ทันข้ามวัน หรืออย่างดีก็พูดถึงไม่เกิน 2 วันแขกก็ลืมไปแล้วว่าบรรยากาศในงานเป็นอย่างไรรู้อย่างนี้แล้วจะจ่าย แพงกว่า (เพื่อหวังเอาใจแขก) ไปทำไม ในยุคน้ำมันลิตรละ 30 บาท มาม่าซองละ 6 บาทแบบนี้ คิดจะทำการอะไรก็ต้องรัดเข็มขัดกันหน่อยจึงรวบรวมสารพัดวิธีรัดเข็มขัดให้คุณจัดงานแต่งงานแบบประหยัดแถมได้ กำไรมาฝาก โดยเสนอแนวทางการจัดงานแต่งงานแบบประหยัดไปบ้างแล้วคือ เตรียมวิสกี้ไปเอง, เลือกสไตล์งานให้สบายกระเป๋า, ใช้ดอกไม้โรงแรมคุ้มกว่า, เพื่อนกันร้องเพลงให้ถูกเงินดี, MP3 ช่วยได้ ประหยัดหลายตังค์, จัดงานหน้าโลว์ถูกกว่าเห็นๆ, นับแขกก่อนสั่งอาหาร, กล้องดิจิตอลถูกกว่าฟิล์ม, สั่งเค้กของโรงแรมถูกกว่าชัวร์ ทำตามนี้ได้ก็เรียกว่าประหยัดเงินได้เยอะ แต่ฉบับนี้ WE จะช่วยให้คุณประหยัดแบบมีกำไรติดกระเป๋าด้วยอีกต่างหาก1. รีบแต่งงานก่อนคุณพ่อคุณแม่ แซยิด (อายุ 60 ปี)แต่งงานในช่วงที่คุณพ่อคุณแม่ ยังทำงานอยู่ดีที่สุด ยิ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่ทำงานในสายราชการ รัฐวิสาหกิจยิ่งต้องรีบ เพราะส่วนใหญ่คุณพ่อคุณแม่ที่ยังทำงานอยู่ในหน่วยงานของรัฐบาลจะมีอายุงาน เกิน 10 ปีขึ้นไปแทบทั้งนั้น และตลอดช่วงเวลาที่ทำงานมา ท่านคงสนับสนุนใส่ซองช่วยงานเพื่อนๆ ไว้ไม่มากก็น้อย และตามธรรมเนียมคนไทย เมื่อเราใส่ซองช่วยงานใครไว้เท่าไหร่ เวลาเราจัดงานเขาจะใส่ซองกลับมาให้มากกว่าที่เราเคยใส่เล็กน้อยและที่ต้องรีบแต่งก่อนท่านเกษียรณก็เพราะสะดวกในการแจกซอง และตามเก็บซองคนที่มาร่วมงานไม่ได้ในวันถัดไปได้แบบไม่เขินเท่ากับตอนที่ เกษียรณไปแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นอานิสงส์ที่ทำให้ลูกหลานยิ้มแก้มปริ เมื่อเห็นจำนวนแขก และจำนวนซองที่ได้รับ และเป็นที่มาว่าทำไมเวลาลิสต์รายชื่อแขกจึงต้องยึดแขกของผู้ใหญ่เป็นอันดับแรก2. สถานที่จัดงานใกล้-ไกลมีผลทั้งนั้นWE ได้เคยเสนอเทคนิกการเลือกสถานที่จัดงานแต่งงานในช่วงเวลาที่เหมาะสมกับเงิน ในกระเป๋าไปแล้วว่า ควรเลือกแต่งงานหน้าโลว์ซีซั่น อย่างเช่นราคางานจัดเลี้ยงของโรงแรมเพนนินซูลา คิดราคาช่วงไฮซีซันตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม ราคาเริ่มต้นที่ 350,000-480,000 บาท (ขึ้นอยู่กับชนิดของห้องจัดเลี้ยง) แต่ในหน้าโลว์ซีซันคือตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนตุลาคม ราคาจะเริ่มต้นที่ 300,000-450,000 บาท ถูกกว่าเห็นๆแต่ถ้านับเงินในกระเป๋าแล้วเหลือ น้อยเกินไปที่จะเลือกจัดงานแต่งงานในโรงแรม แนะนำให้เลือกจัดงานที่สโมสรหรือร้านอาหารจะช่วยประหยัดได้อีกโข อย่างเช่นที่นันทอุทยานทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ ถนนอิสรภาพ เขตบางกอกน้อย เป็นอาคารขนาดใหญ่ มีที่จอดรถกว้างขวาง รับจัดเลี้ยงงานแต่งงานแบบบุฟเฟ่ต์และโต๊ะจีน รับคนได้ตั้งแต่ 500-600 คนขึ้นไป ราคาจัดเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต์เริ่มต้นที่ 330-380 บาทต่อคนแบบโต๊ะจีน รองรับได้ตั้งแต่ 20-60 โต๊ะ ราคาเริ่มต้นโต๊ะละ 2,950-4,500 บาท แต่ถ้าคุณมีคุณพ่อคุณแม่หรือญาติๆ เป็นรับราชการทหารจะได้สิทธิ์รับส่วนลดพิเศษอีก ช่วยเซฟเงินได้อีกเยอะ หรือจะจัดงานแต่งงานในร้านอาหารบรรยากาศดีๆ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเช่น ภัตตาคารมังกรหลวง ย่านบางนา (ใกล้ไบเทคบางนา) เป็นภัตาคารอาหารจีนที่มีสถานที่ใหญ่โต กว้างขวาง และหรูหราด้วยสถาปัตยกรรมการตกแต่งแบบจีน ทำให้มีวิวถ่ายรูปในบรรยากาศแบบจีนๆ มากมาย จุคนได้มากถึง 550 คน โดดเด่นด้วยการจัดเลี้ยงแบบโต๊ะจีน ราคาเริ่มต้นที่ 3,200 บาทจนถึง 6,500 บาทและถ้าคุณมีแขกน้อยแค่ 50-80 คนเลือกจัดงานในร้านอาหารรับรองคุ้มสุดๆ เลือกร้านอาหารเก๋ๆ อย่างร้าน The Tank Aqua Cafe & Restaurant ซอยเอกมัย จัดปาร์ตี้แต่งงานรับรองถูกใจเพื่อน บรรยากาศของร้านเป็นร้านกระจกเก๋ๆ ตั้งอยู่กลางสวนสวย สำหรับสนนราคานั้น รับรองถูกกว่าการจัดงานในโรงแรมเป็นไหนๆ ในขณะที่รูปแบบการจัดงานไม่แตกต่างกัน เพราะมีให้เลือกทั้งแบบคอกเทลและแบบบุฟเฟ่ต์ แต่ถ้าจะเลือกจัดงานแบบประหยัดควรเลือกจัดงานวันธรรมดาจันทร์-ศุกร์ ราคาตกอยู่ที่ 50,000 บาท (ราคานี้รวมค่าสถานที่ ค่าอาหาร 10 อย่าง ค่าซอฟดริ้งก์) แต่ถ้าเลือกจัดงาน เสาร์-อาทิตย์ ต้องจ่ายเพิ่มอีกเท่าตัวเป็น 100,000 บาทแค่นั้นยังประหยัดไม่พอ เพราะต้องเลือกโลเกชั่นให้เหมาะสมด้วยถึงจะถือว่าประหยัดได้สุดๆ เริ่มจากนำรายชื่อแขกที่คาดว่าจะเชิญมาพิจารณาให้ถี่ถ้วนว่ าเป็นแขกของใคร อย่างเช่นเมื่อนับแล้วแขกส่วนใหญ่เป็นแขกที่ทำงานของคุณพ่อคุณแม่ก็ควรเลือก โรงแรมหรือหาสถานที่จัดงานใกล้ๆ ที่ทำงานของท่าน ทั้งนี้เพื่อเอาใจให้แขกส่วนใหญ่เดินทางมาร่วมงานได้สะดวก3. เลือกเชิญแขกคุณภาพการลิสต์รายชื่อแขกเป็นเรื่องสำคัญ อย่าคิดว่าเชิญมากแล้วจะได้หน้าว่ากว้างขวางรู้จักคนเยอะ และหวังเก็บซองได้มาก ให้คิดว่าเชิญแขกมากเท่าไหร่ ค่าอาหารก็ต้องเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว และถ้าคุณจัดงานแบบโต๊ะจีนยิ่งต้องเลือกเชิญแขกให้มากเป็นพิเศษ เพราะถ้าได้แขกประเภทแจกซองเดียวมาหมดบ้าน 7 คน แต่ช่วยใส่ซอง 300 บาท มีหวังต้องจัดโต๊ะเสริมให้แขกท่านอื่นๆ ที่มาทีหลัง แทนที่จะได้เก็บซองช่วยงานได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย กลับต้องมานั่งดีดลูกคิดจ่ายเงินเพิ่มแบบไม่ได้วางแผนไว้แน่ๆ การเลือกเชิญแขกถึงแม้จะดูเป็นการเลือกปฎิบัติ แต่ก็ควรทำ เพราะไม่อย่างนั้นจะกระเทือนถึงเงินในกระเป๋าของเราได้คุณโน้ต-อริสา ผู้เคยผ่านประสบการณ์การแต่งงานมาแล้วเห็นด้วยกับการเลือกเชิญแขก พร้อมเล่าเพิ่มเติมว่า ตอนแรกคิดแค่ว่าอยากให้มีคนมางานเราเยอะๆ เจอใครก็แจกการ์ด ถึงวันงานมีคนมาร่วมงานเยอะสมใจ แขกที่มาร่วมงานส่วนใหญ่มีทั้งแบบมาเดี่ยว มาคู่สามี-ภรรยา และมากันเป็นครอบครัวคือมีทั้งสามี ภรรยา ลูก และหลาน บางครอบครัวมากัน 5 คนบางครอบครัวถือโอกาสมาทานอาหารเย็นที่งานแต่งงานของเรา นับได้ประมาณ 8 คนก็มีแล้วรูปแบบการจัดงานของเราเป็นแบบโต๊ะจีน ครอบครัวไหนที่มากันเยอะ ก็ต้องยกโต๊ะให้ทั้งโต๊ะ เพราะถึงแม้จะมีที่เหลือคนอื่นก็คงไม่กล้าเข้าไปนั่งด้วย แต่พอจบงาน นั่งเกาะซองปรากฎว่าโต๊ะที่ขนกันมาทั้งบ้านใส่ซองให้ 1,000 บาท ในขณะที่บางคนมาคนเดียวใส่ซองให้เท่ากัน4. การ์ดเชิญและของชำร่วยแบบ DIYถ้าคุณรู้ล่วงหน้า และมีเวลาเตรียมงานแต่งงานนาน คุณโอมเพี้ยง สไตล์ลิสต์และเจ้าของไอเดียเจ๋งๆ ในคอลัมน์ Wedding Idea ของ WE แนะนำให้ทำการ์ดเชิญและของชำร่วยแบบ DIY แทนการซื้อสำเร็จรูปจากร้าน เพราะของสำเร็จรูปที่วางขายตามร้านมักบวกค่าออกแบบ ค่าการตลาด และค่าเช่าร้านไว้ในของแล้ว ราคาจึงแพงกว่าของที่ทำเองมากคุณโอมเพี้ยงบอกว่า ของชำร่วยแบบทำเองช่วยให้คุณประหยัดได้ก็จริง แต่ก็ขึ้นกับองค์ประกอบของความต้องการด้วย อย่างเช่นบางคนต้องการของดี หรูหรา ราคาก็ต้องแพงเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าคุณต้องการของชำร่วยแบบเรียบง่าย เพื่อมอบเป็นของระลึกแทนคำขอบคุณที่มาร่วมงาน จะช่วยประหยัดเงินได้อีกมากอย่างเช่นถ้าคุณแต่งงานช่วงหน้าหนาว มอบผ้าพันคอผืนเล็กๆ เป็นของชำร่วยเหมาะที่สุด วิธีการคือซื้อผ้าป่านที่สำเพ็ง นำมาตัดเป็นเส้นเล็กๆ ขนาดฝ่ามือ ผ้า 1 เมตร ควรตัดเป็นเส้นได้ 5 เส้น ไม่ต้องเย็บเก็บชายผ้าให้ยุ่งยาก ปล่อยชายผ้าให้ลุ่ยตามธรรมชาติ หาลายน่ารักๆ ให้ร้านเพ้นต์เสื้อขึ้นบล็อกสกรีนให้ แล้วเพ้นต์ลายที่ปลายผ้าทั้ง 2 ข้าง เมื่อเสร็จนำมาม้วนให้เป็นกอนกลม ซื้อโบแบบม้วนเส้นเล็กๆ จากสำเพ็งมาผูกโบให้สวย เท่านี้คุณก็จะได้ของชำร่วยน่ารักไม่ซ้ำใครในราคาเบาๆ กระเป๋าแล้วขอขอบคุณข้อมูลจาก Sanook Women & WE Magazine
 ไอเดียแต่งงานสุดล้ำ จะซ้ำซากกันอยู่ทำไม? (Hairworld)          คุณ ๆ เคยรู้สึกเบื่อกันบ้างไหมคะ เวลาไปงานแต่งงานของใครก็เจอแต่พิธีการแบบเดิม ๆ ไม่ว่าสถานที่จะหรูแค่ไหน Chic แค่ไหนก็มีตารางงานแบบเดิม ๆ เหมือนกันไปทุกงาน แล้วถ้าถึงคราวงานแต่งงานของตัวเองล่ะ คุณจะปล่อยให้งานแต่งงานที่ชีวิตหนึ่งมีขึ้นสักครั้ง ไม่มีความพิเศษและน่าจดจำสำหรับใคร ๆ เลยหรือคะ          หากคุณมีเงินมากพอคุณคงจะหา  Wedding Planner ที่สามารถครีเอทธีมงานแต่งงานดี ๆ ให้คุณได้ แต่ถ้าคุณไม่มีงบขนาดนั้น คุณก็แค่ย้อนไปดูตัวเองสมัยเป็นเด็กนักเรียน ดูสิคะช่วงเวลานั้นคุณสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้มากมายโดยอาศัยมันสมองและความร่วมมือร่วมใจของเพื่อน ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงรุ่น งานรับน้อง งานเลี้ยงจบการศึกษา ฉะนั้น งานแต่งงานของคุณเอง คุณก็สามารถเนรมิตให้เป็นไปตามความฝันของคุณได้เช่นกัน Relationship ฉบับนี้เรามีไอเดียมันส์ ๆ ของงานแต่งงานมาฝากคุณด้วยล่ะ! เปลี่ยนกำหนดการให้ดึกขึ้น          ถ้าไม่อยากให้คนอื่นรีบจนหูตูบ โดยเฉพาะในวันทำงาน เรามาเริ่มจัดงานแต่งงานที่ช้ากว่านั้นกันดีกว่า เพราะปัจจุบันก็รู้กันดีว่าการจราจรบ้านเรามันสุดยอดขนาดไหน ทำงานกันเลิก 5 โมงตรงรึ ไม่มีทาง! จัดไปเลย 2 ทุ่ม เริ่มงานจริง 3 ทุ่ม รับรองแขกสบายใจมากันพร้อมหน้าแบบชิว ๆ แล้วจัดงานกันให้ดึก ๆ ไปเลย ไหน ๆ ทุกคนก็แต่งตัวสวยกันมาแล้ว แขกคนไหนอยากกลับบ้านก็กลับไป แต่พวกเพื่อน ๆ ถ้ามีเครื่องดื่มให้ดริ้งกันต่อ ไม่ไล่ไม่เลิกแน่นอน ที่สำคัญเจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องอยู่ทน ๆ อย่ากลับก่อน งานแต่งงานที่น่าเบื่อสุด ๆ คืองานแต่งงานที่คู่บ่าวสาวแลดูอิดโรยและอยากกลับบ้านเร็วกว่าคนอื่น อยากบอกว่ามันเสียมารยาทสุด ๆ เล่นเกมทายใจเจ้าบ่าวเจ้าสาว          ถามจริง ๆ เถอะ มีเจ้าบ่าวเจ้าสาวคนไหนจะเล่าเรื่องไม่ดี ๆ ของตัวเองในงานแต่งงานบ้าง ทุกคู่ก็พูดแต่เรื่องดี ๆ  จนเลี่ยนกันทั้งนั้น หรืออย่างมากก็ร้องเพลงเสียงหลงให้คนฟังลุ้นจนตัวโก่งว่าจะล่มไม่ล่ม บอกคนจัดงานหรือเพื่อน ๆ ให้ตั้งคำถามทายใจระหว่างคุณทั้งสองดู เผื่อจะมีอะไรสนุก ดึงความสนใจของคนดูได้บ้าง จะตอบถูกตอบผิดก็มีบทลงโทษขำ ๆ กันไป อย่าไปซีเรียส! หรือจะใส่การแสดงขำ ๆ เช่น ระหว่างทำพิธีก็มีผู้ชายบุกเข้ามาชิงตัวเจ้าสาว เกิดการพะบู๊กันต่อหน้าผู้ชม โอ้โหอย่างกับในหนัง ธีมงานแต่งงานแบบหลุดโลก          แม้จะมีการจัดงานแต่งงานแปลก ๆ มากมาย เช่น วิวาห์ไต้สมุทรที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวลงไปทำพิธีใต้น้ำ หรือวิวาห์กลางเวหาโดดร่มแต่งงานกันบนนั้น แต่สุดท้ายเราก็ยังจัดพิธีที่อยู่ในโรงแรมหรือร้านอาหารสวย ๆ อยู่ดี ในเมื่อความนิยมเป็นแบบนี้เราก็แค่เปลี่ยนธีมงานให้น่าสนใจยิ่งขึ้น เช่น สมมุติว่าเจ้าบ่าวของคุณเป็นนักดนตรีก็จัดงานแต่งแบบ Rock & Roll กันไปเลย ผู้ชายแต่งตัวแบบ Elvis หรือ The Beatles ผู้หญิงแต่งตัวแบบสาว 60s เปิดเพลงเต้นทวิสต์กันให้มันส์ไปเลย ถ้าคุณออกจะเป็นคนบ้าบิ่นสักหน่อยก็อาจจัดงานแบบหนังเรื่อง Copse Bride บรรยากาศน่ากลัวนิด ๆ (จุดประสงค์ที่แท้จริงคือคุณจะรักกันไปจนตายไงล่ะ) หรือจะเป็นคู่รักสมัยสงครามเวียดนามให้เจ้าบ่าวใส่ชุดทหารอเมริกัน ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็น่าสนุกทั้งนั้น! เพลงประกอบต้องได้          เพลงประกอบในงานบ่งบอกถึงรสนิยมของคู่บ่าวสาวได้เป็นอย่างดี แต่หลาย ๆ คู่กลับไม่ใส่ใจกับองค์ประกอบตรงส่วนนี้ให้มากพอ เพลงที่เปิดในงานแต่งงานถ้าเข้ากับธีมได้จะดีมาก ๆ เช่น ถ้าคุณมีธีมงานเป็นยุค 80s คุณก็เปิดเพลงฮิตในยุคนั้นไปเลย ถ้าจัดงานริมทะเลก็อาจใช้เพลงจำพวก Boss nova ก็ได้ ส่วนถ้ามีช่วงที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวจำเป็นต้องร้องเพลงด้วยกัน ก็แต่งเพลงเฉพาะของทั้งคู่มาร้องไห้ฟังกันเลย ถ้ามีเพื่อนเป็นนักดนตรีก็บอกให้เขาแต่งเพลงของคุณทั้งคู่ให้หน่อย หรือไม่ก็หา Backing Track ดนตรีของเพลงดัง ๆ มาแล้วมาแต่งเนื้อเอง ดูน่ารักและมีความพยายามจะตายไป! ทำฉากถ่ายภาพใหม่ซะ          คุณอาจลิ้งค์กับธีมงานแต่งงานของคุณ และเปลี่ยนรูปแบบเดิม ๆ ในการถ่ายภาพที่ดูเป็นทางก๊านทางการ เช่น คุณจัดงานในธีมสีชมพู คุณก็จัดฉากแบบร้านถ่ายรูปเด็กวัยรุ่นให้ทุกอย่างเป็นสีชมพูดู หรือธีมงานของคุณเป็นแนวย้อนยุคก็หาเฟอร์นิเจอร์เก่า ๆ มาเล่นดูบ้าง ที่สำคัญควรมีอารมณ์ร่วมในการถ่ายภาพกับแขกที่อุตส่าห์ดั้นด้นมาหาคุณบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ทำหน้าสวยหน้าหล่อกันอยู่ได้ ฉากหอมแก้มก็สำคัญ          เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ สำหรับฉากหอมแก้มที่มีกันทุกงาน แต่ที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวบ้านเราทำก็เพียงแค่เอาจมูกแตะแก้มกันเท่านั้น ทั้งนี้ ก็เพื่อแสดงความเหนียมอายแบบไทย ๆ และอีกอย่างแขกผู้ใหญ่ก็นั่งจด ๆ จ้อง ๆ กันมากมาย โธ่...คุณคะ นี่มันวันแต่งงานนะ จบงานก็ต้องส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวไปอยู่ด้วยกันแล้ว แล้วแค่เรื่องหอมแก้มจะไปกลัวทำไม! ดูหนังฝรั่งมาก็มาก ฉากนี้เขาอินกันขนาดไหน ถ้าพิธีกรให้หอมแก้มกันก็จริง ๆ จัง ๆ ไปเลย เรียกเสียงฮือฮาให้ได้มากที่สุดในคืนนั้น ให้คนทั้งงานต้องอิจฉาคุณไปอีกนาน ๆ อาหารเองก็ยิ่งสำคัญ          เลิกประกาศความร่ำรวยด้วยโต๊ะจีนเสียที เพราะการนั่งโต๊ะจีนมันช่างทำลายความสนใจของกิจกรรมต่าง ๆ เสียจริง แถมยังกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะตักกันอีก แต่ถ้าไม่รีบก็กลัวหูหลามมันจะหมดเสียก่อน ลองเปลี่ยนจากโต๊ะจีนมาเป็นอาหารแบบค็อกเทลดูบ้าง อาหารที่เป็นอาหารแบบพอดีคำให้แขกได้เดินไปเดินมาอวดชุดสวย ๆ กันแบบงานไฮโซ หรือจะเป็นอาหารแบบบาร์ บี คิว ปิ้งย่างริมทะเลสุดมันส์ เรื่องกลิ่นไม่ต้องสนใจ แต่รับรองว่าสนุกแน่นอน ว่ากันด้วยเรื่องเค้ก          หลายคนอาจจะไม่ทันสังเกตว่าเดี๋ยวนี้เวลาเจ้าบ่าวเจ้าสาวตัดเค้ก เค้กสูง ๆ ที่โชว์อยู่ในงานจะเป็นเพียงหุ่นโมเดลเค้กพลาสติก ส่วนเนื้อเค้กที่เราได้กินนั้นเป็นเค้กที่ตัดไว้ก่อนแล้วตั้งแต่ในครัว ไหน ๆ ก็ลงทุนมากทุกเรื่อง จะลงทุนเรื่องเค้กอีกสักหน่อยจะเป็นไร ตัดเค้กของจริงไปเลยดีกว่า งานของคุณจะต้องสมบูรณ์และไม่เฟคเหมือนความรักของคุณทั้งคู่ยังไงล่ะ แล้วถ้าเบื่อเค้กแบบฝรั่งก็ลองเปลี่ยนเป็นเค้กกล้วยหอมแบบไทย ๆ หรือเค้กไอศกรีมดูบ้างก็ได้นะ          ไอเดียแต่งงานล้ำ ๆ ยังมีอีกมากมาย เพียงแต่เจ้าของงานต้องอาศัยความสร้างสรรค์ และความใส่ใจอีกสักนิดเพื่องานแต่งที่ครั้งหนึ่งคุณจะมีได้ในชีวิต สร้างมันให้น่าจดจำไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่มันจะประทับอยู่ในใจของคุณและเขาผู้ร่วมงานไปอีกนานแสนนาน ขอขอบคุณข้อมูลจากฉบับเดือนสิงหาคม ISSUE 018 
Thailand Web Stat © 2014 JDesign Agency | All rights Reserved