• 093-194-6419
  • Bangkok, Thailand
  • Lost Password

7 เรื่องไม่คาดฝันก่อนวันวิวาห์

7,143










Scoop
story : อัญรัตน์ photo : Getty Images

7 เรื่องไม่คาดฝันก่อนวันวิวาห์

มัวแต่ก้มหน้าก้มตาเตรียมงานแต่งงาน เคยลองคิดไหมคะว่า
หากเจอเรื่องเหล่านี้ คุณจะรับมือและจัดการกับมันอย่างไร

เจ้าสาวหลายคนที่มีอาการนี้ถึงขั้น อยากจะเลื่อนงานแต่งงานออกไป ที่จริงไม่ใช่ เรื่องซึ่งผิดปกติ เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งจิตตก ผู้หญิงเราก็คล้ายกับผู้ชายที่มีอาการเจ้าบ่าว กลัวฝนเช่นกัน เพราะไม่ว่าจะหญิงหรือชาย ก็กลัวการเปลี่ยนแปลงกันทั้งนั้น กลัวว่าย้ายไปอยู่บ้านเดียวกันจะเป็นยังไง จะต้องดูแล รับผิดชอบอะไรเพิ่มขึ้นบ้าง จะใช้ชีวิตกับเพื่อน และครอบครัวได้เหมือนเดิมหรือเปล่า ไปจนถึง มีคำถามว่า “คนนี้ดีที่สุดแล้วจริงเหรอ” อาการ กังวลหวงความโสดและห่วงหน้าพะวงหลังจน เป็นเหตุให้เครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับจึง เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่อาการป่วยทางจิตที่น่าวิตกแต่อย่างใด

ยิ่งคนที่จัดงานเองด้วยแล้ว ยิ่งมีเรื่องให้ต้องจัดการเยอะแยะไปหมด ไหนจะต้องรับมือกับความคิดต่างของสองครอบครัวที่ยื่นมือเข้ามาช่วยจัดงาน ไหนจะการงานที่รับผิดชอบอยู่ทุกวี่ทุกวันอีก ในช่วงเวลาแบบนี้หากมีอะไรมากระทบจิตใจเข้าหน่อยก็จะรู้สึกท้อแท้ จนอยากจะหยุดทุกอย่างเอาไว้ ทางแก้ง่ายๆ ที่จิตแพทย์แนะนำคือ อย่าคาดหวังงานแต่งงานที่สมบูรณ์แบบ แค่ให้เรียบร้อยผ่านไปได้ด้วยดีก็น่าจะเพียงพอแล้ว ควรพักทุกอย่างเอาไว้สักระยะแล้วค่อยกลับมาสานต่อ ให้เวลาตัวเอง ชวนคุณว่าทีไปพักผ่อนต่างจังหวัด เปิดใจคุยกันว่าคุณต้องการให้เขาช่วยเหลือในส่วนไหนบ้าง การแต่งงานในแง่บวกและมีกำลังใจที่จะเดิน ต่อไปให้ถึงจุดนั้น

เมื่อคนรักเก่าของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิด โผล่มาในช่วงที่ทุกอย่างเกือบจะแฮ็ปปี้เอนดิ้ง ปัญหาใหญ่ก็พลันเกิดขึ้น บางคนเริ่มลังเล ระหว่างรักเก่าฝังใจกับรักใหม่ที่เคยคิดว่าสดใส กว่า บางคนพอใกล้จะแต่งงานก็อยากไปพบ คนรักเก่าเพื่อพูดหรือทำอะไรสักอย่างที่คิดว่าจะ ทำให้ตัดใจและไม่มีอะไรติดค้าง แต่เอาเข้าจริง จิตอาจไม่แข็งอย่างใจคิด ยิ่งถ้าเจอเขาทำดีใส่ ด้วยแล้ว บางคนถึงขั้นไม่กล้าบอกเรื่องแต่งงาน แถมเริ่มสับสนว่าแท้จริงแล้วฉันรักใครกันแน่ ปักหาหนักอกอีกเรื่องของว่าที่บ่าว-สาว คือ จะเชิญแฟนเก่าดีไหมหนอ… คำตอบแรก เลยคือ ว่าที่ของคุณเขาแฮ็ปปี้ที่จะให้คุณเชิญ ไหม ถ้าไม่ก็ไม่ควรเชิญ แม้แฟนเก่าคนนั้นจะ

ดีต่อคุณแค่ไหน ก็ควรต้องแคร์คุณว่าที่มากกว่า แต่ถ้าเขาไม่ขี้หึงไม่คิดมากจริงๆ ก็ค่อยพิจารณา ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับแฟนเก่าแต่ละคน ว่าควรจะเชิญหรือไม่
• ถ้าเลิกกันดี คุยกันเป็นเพื่อนมาสัก ระยะหนึ่งจนรู้สึกสนิทใจแล้ว ก็น่าจะส่ง การ์ดเชิญเหมือนเขาเป็นแขกคนหนึ่ง
• ถ้าเลิกกันดี แต่เขายังตัดใจไม่ได้ ก็อย่าเชิญเสียเลยดีกว่า เพราะเขาคงลำบากใจ และไม่อยากมางานแต่งงานของคุณแน่ๆ
• ถ้าเลิกกันไม่ดี เหตุผลเดียวที่คุณจะเชิญเขาคือ เพื่อความสะใจและเยอะเย้ยคนที่เคย ทำให้คุณเสียใจ แต่อย่าลืมคิดว่าถ้าเขาใจกล้า คุณนั่นแหละจะต้องมีปัญหาเสียเอง อีกอย่างถ้าคุณตัดสินใจจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ก็ไม่ควรทำอะไรให้ยิ่งตอกย้ำ เรื่องราวเก่าๆ อีก
• ถ้าทำงานที่เดียวกันหรืออยู่ในกลุ่ม สังคมเดียวกัน แต่ความสัมพันธ์ยังไม่สามารถ กลับมาเป็นเพื่อนได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเชิญเขา โดยตรง ยังไงเขาก็ต้องทราบจากเพื่อนคนอื่น อยู่แล้ว เขาจะมาหรือไม่ก็อยู่ที่เขาตัดสินใจเอง

ว่าที่เจ้าสาวคนหนึ่งสับสนจนไม่อยาก แต่งงานหลังจากได้พบคนรักเก่าโดยบังเอิญ เหตุผลหลัก(ที่อยู่ๆ ก็เพิ่งสนใจขึ้นมา) คือผู้ใหญ่ ในครอบครัว รวมถึงคนรอบข้างไม่มีใครชอบ ว่าที่สามีของเธอ เพราะเขาไม่เข้าหาคนอื่นแต่ ดีต่อเธอเพียงคนเดียว ความอาวรณ์คนรักเก่า ประกอบกับเมื่อครอบครัวทราบว่าแฟนเก่า (ที่ ทุกคนปลื้ม) กลับมา จึงขอให้เลื่อนงานแต่งงาน ออกไป อาการพารานอยด์จึงครอบงำเธออย่าง หนัก
ถ้ามองในแง่ดี ที่ครอบครัวว่าทีเจ้าสาว เคสนี้แนะนำให้เลื่อนงานแต่งงานก็คงเพราะ อยากให้คิดทบทวนอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะอยาก ให้กลับไปคบแฟนเก่าอย่างที่เธอกำลังสับสน ท่จี ริงแล้วประเด็นไม่น่าจะอย่ทู ่เี ธอยังรักแฟนเก่า อยู่ หากแต่อยู่ที่เธอมั่นใจในตัวว่าที่เจ้าบ่าว มากแค่ไหน เรื่องละเอียดอ่อนแบบนี้ WE คง ไม่ไปฟันธงว่าควรแต่งหรือยกเลิก เพียงอยาก แนะนำให้ไตร่ตรองให้ดี (ว่าที่เจ้าสาวคนนี้ยังอยู่ ระหว่างตัดสินใจ เราจึงยังไม่ได้คำตอบในเคสนี้)
อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าแฟนคุณก็น่า เห็นใจที่จู่ๆ ปัญหาทำนองนี้สุดท้ายแล้วคุณเจ้าสาว นั่นแหละที่ต้องตัดสินใจ

เรื่องมีอยู่ว่า สาวสวยมั่นใจคนหนึ่งเกิดท้องทั้งที่ยังไม่เคยคิดเรื่องแต่งงาน แต่สุดท้ายเธอ และแฟนหนุ่มที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน เมื่อเลือกแล้วว่าต้องการอะไร สิ่งที่ทั้งคู่ทำก็แค่บอกให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายรับทราบ จากนั้นก็เริ่มเตรียมงาน ไม่น่าเชื่อว่า งานแต่งงานสุดเก๋มีสไตล์ของบ่าวขสาวสายฟ้าแลบคู่นี้จะใช้เวลาเตรียมงานทั้งหมดเยงหนึ่งเดือน แถมยังทำแบ็กดร็อปถ่ายภาพเป็นธีม สายฟ้าแลบเป็นการหยิกกัดตัวเองแบบน่ารักๆ เสียอีกด้วย แก้ปัญหาแบบนี้เขาเรียกคิดบวก 

               ร้านขายชุดแต่งงานในเมืองไทยยังไม่เน้นทำตลาดกับเหล่าเจ้าสาวที่กำลังตั้งท้อง อาจจะมีแบบที่ประยุกต์ใช้ได้ เช่น ชุดทรงเอ็มไพร์รัดใต้อก แต่สำหรับในต่างประเทศ เช่น อังกฤษและอเมริกา ธุรกิจนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ดูได้จากจำนวนเว็บไซต์ขายชุดแต่งงานที่กำลังทยอยเพิ่มขึ้นเต็มโลกออนไลน์ “www.tiffanyrose.com” เป็นหนึ่งในนั้นและกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในอังกฤษด้วยยอดขายมากกว่า 1,000 ชุดต่อปี

     แม้ความเกรงใจจะอยู่ในดีเอ็นเอของ คนไทย แต่ขอให้คิดสักนิดว่า ช่างแต่งหน้ามี ความสำคัญกับวันแต่งงานของเจ้าสาวทุกคนมากๆ เพราะความสวยหมายถึงความมั่นใจ หมายถึง อารมณ์ดีและรอยยิ้ม เพราะฉะนั้นถ้าไม่มั่นใจ แนะนำให้ เกรงใจตัวเองมากกว่าเกรงใจช่างหรือเพื่อนดูสักครั้ง
ถ้าทดลองแต่งหน้าก่อนแล้วไม่ถูกใจ ก็ควรบอกช่างไปตรงๆ แต่แรก อาจจะเสียค่าลอง แต่ก็ช่วยให้ไม่ต้องมาเสียความรู้สึกภายหลัง หรือใครไม่ได้ทดลอง แต่ให้ช่างมาแต่งวันจริงเลย แล้วไม่ถูกใจ ถ้ายังมีคิวต้องแต่งหน้ากับช่างคนนี้ ในงานอื่นที่เหลือ ก็ควรจะรีบหาช่างใหม่และ บอกยกเลิกช่างคนนั้นเสียดีกว่า
หากวางมัดจำไปแล้ว ต้องดูเงื่อนไข ที่ตกลงกันไว้ ส่วนใหญ่ช่างที่มีเว็บไซต์ส่วนตัว หรือรับงานทางอินเทอร์เน็ตมักจะประกาศเงื่อนไข

หากเพิ่งเจอช่างที่ถูกใจกว่าในช่วงโค้ง สุดท้าย ก็คงต้องปล่อยให้ช่างเก่าริบเงินมัดจำ ไป ตัดใจเสียเพื่อความสบายใจน่าจะดีที่สุด

          จะช่างแต่งหน้า ช่างทำผม หรือช่าง ภาพ หากเบี้ยวนัดกะทันหัน บ่าว – สาวก็คง ต้องกุมขมับ หลายคู่เจอเหตุการณ์แบบนี้ ทั้งที่วางมัดจำไปแล้ว คอนเฟิร์มกันก็แล้ว สิ่งเดียวที่ทำได้หลังรู้ว่าอาจจะโดนชิ่งแล้วก็คือ ตั้งสติแล้วรีบติดต่อช่างคนอื่น (หลายคู่ที่เจอ ปัญหานี้ก็หาเบอร์โทรศัพท์ติดต่อจากใน WE นี้แหละค่ะ) หากช่างที่เบี้ยวคุณเป็นคนที่สตูดิโอ หรือออร์แกไนเซอร์แนะนำมา ให้ลองติดต่อตัวกลางที่ทำให้คุณรู้จักช่างคนนั้น เพื่อแจ้งให้ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ทางสตูหรือออร์แกไนเซอร์ที่ย่อมต้องรู้จักคนในวงการมากกว่าคุณอยู่แล้ว จะได้หาทางช่วยแนะนำช่างคนใหม่อีกทางหนึ่ง หลังเสร็จงานหากติดต่อกับช่าง

สุดท้าย หากไม่กล้าโทร.ไปบอกช่าง โดยตรง ก็อาจจะแจ้งให้ทราบก่อนด้วยการส่ง ข้อความหรืออีเมลแทน หากช่างรับทราบและ ติดต่อกลับมา สิ่งที่คุณต้องทำคือ พูดความรู้สึก ไปตามตรง แต่ควรสุภาพและใจแข็งเข้าไว้ หากเขามีคำหวานมาหว่านล้อมให้คุณไขว้เขว

คนนั้นได้ก็ควรขอเงินมัดจำคืนด้วย ในกรณีที่ จองช่างคนนี้ไว้ทั้งงานหมั้นและงานแต่งหรือ งานแต่งสองจังหวัด แนะนำให้ตัดใจทิ้งเงิรมัดจำ อีกคิวที่เหลือเพื่อยกเลิก ดีกว่ามัวไม่สบายใจ ที่ต้องทำงานกับคนที่คุณกำลังรู้สึกขุ่นเคืองอยู่ เดี๋ยวจะไม่สวยเสียเปล่าๆ

 

ไม่มีกะจิตกะใจแบบนี้ยังไงก็ต้องเลื่อน (ยกเว้นกรณีญาติผู้ใหญ่ที่เสียไปสั่งเสียไว้ก่อน ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องแต่ง) สิ่งแรกที่ต้อง ทำคือ โทร.แจ้งทางโรงแรมและช่างต่างๆ ที่ จองคิวไว้ เผื่อว่าเขาจะมีโอกาสรับลูกค้ารายอื่น แล้วเมื่อได้ฤกษ์ใหม่ (ควรหาเผื่อไว้หลายๆ วัน) ค่อยโทร.สอบถามอีกครั้งว่ายังว่างหรือไม่ โดย เริ่มจากโรงแรมก่อน (โรงแรมส่วนใหญ่มักให้ มัดจำไว้ครึ่งและขอสงวนสิทธิ์การคืนมัดจำอยู่แล้ว แต่หากต้องการแค่เลื่อนออกไป มักรับพิจารณาเป็นรายๆไป ขึ้นอยู่กับสถานะห้องจัดเลี้ยงในวัน

เมื่อต้องยกเลิกงานแต่งงาน โดยเฉพาะ ต้องจัดการทุกอย่างคนเดียว จะเริ่มยังไง ทำใจยังไงดีล่ะ

ที่ต้องการเลื่อนออกไป) จากนั้นจึงโทร.หาส่วนอื่นๆ เพื่อรักษาเงินมัดจำที่จ่ายไปแล้วให้ได้ มากที่สุด หากพิมพ์การ์ดเสร็จไปแล้วก็คงต้องพิมพ์ ใหม่ หรือถ้างบจำกัดจริงๆ จะพิมพ์วันที่ใหม่ ในกระดาษมาแปะทับวันที่จัดงานเดิมก็ได้ แม้ จะไม่สวยงามเป๊ะ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่แขกทุกคน คงเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ของชำร่วย ก็เช่นกัน ยิ่งเป็นของที่ไม่ได้มีชื่อบ่าว – สาวและ วันที่สกรีนหรือฝังติดอยู่ แค่เปลี่ยนสติ๊กเกอร์ ที่แปะอยู่บนกล่องหรือบนถุงก็นำมาใช้ได้แล้ว

          ว่าที่สะใภ้อินเตอร์คนหนึ่งถูกว่าที่เจ้าบ่าว ชาวฮอลแลนด์ขอเลื่อนงานแต่งงานออกไปแบบ ไม่มีกำหนด ขณะมาส่งเธอที่สนามบินเพื่อเดินทาง กลับเมืองไทย ด้วยเหตุผลว่า “ยังไม่พร้อม” ทั้งที่อีกสามเดือนก็จะถึงกำหนดแต่งงานอยู่แล้ว เมื่อกลับถึงบ้าน ด่านแรกคือ ต้องบอกเรื่อง ทั้งหมดกับครอบครัว
• หลังตั้งสติได้ เธอลิสต์รายการที่ได้ทำไปแล้วทุกอย่าง สถานการณ์คือวางมัดจำค่า สถานที่จัดเลี้ยงตอนเย็นไปแล้วครึ่งหนึ่ง จ่ายเงินสำหรับพิธีเช้าที่โรงพยาบาลสงฆ์ไปทั้งหมดแล้ว แพ็คเกจเช่าชุดและช่างแต่งหน้าสำหรับพิธีเช้า ก็จ่ายไปหมดแล้ว นอกจากนี้ยังซื้อชุดเจ้าสาว มาแขวนไว้พร้อมแล้วด้วย แม้จะโชคร้าย แต่ก็ยังโชคดีที่ยังไม่ได้พิมพ์การ์ด เมื่อยกเลิกจึงติดต่อเฉพาะญาติและเพื่อนสนิทเพื่อแจ้งข่าว จากนั้นญาติและเพื่อนก็ไปบอกต่อกันเองโดย ที่เธอไม่ต้องพูดซ้ำๆ เพื่อตอกย้ำตัวเอง
• เธอค้นหาเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อดู เงื่อนไขการเลื่อนและยกเลิกต่างๆ จากนั้น ตัดใจประกาศขายแพ็คเกจพิธีเช้าในอินเทอร์เน็ต ไปพบเซลที่สตูดิโอเพื่อเจรจาเรื่องแพ็คเกจเช่า ชุดไทย รวมแต่งหน้า – ทำผม และติดต่อสถานที่ จัดเลี้ยงตอนเย็นที่วางมัดจำไว้ ผลคือ เธอขาย แพ็คเกจงานเช้าได้เงินคืนมาครึ่งหนึ่ง โดยต้อง นัดคู่ที่จะซื้อต่อมาเจอที่โรงพยาบาลสงฆ์เพื่อเซ็น เปลี่ยนชื่อบ่าว – สาวในบันทึก และให้เจ้าหน้าที่ ออกใบเสร็จรับเงินใบใหม่ให้คู่บ่าว – สาวที่ซื้อ แพ็คเกจต่อเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
• ส่วนแพ็คเกจเช่าชุดไทย เธอบอกว่า ตัดใจหั่นครึ่งราคาไม่ลง จึงตัดสินใจเก็บไว้ โดยทางสตูรับปากจะคงสิทธิ์ของเธอไว้หากหา เจ้าบ่าวคนใหม่ได้ >>

>> (เพราะไม่อยากสะกิดแผลให้ลึกกว่าเดิมจึงไม่ได้ขอแก้ไขเอกสารใดๆ) แค่ทางสตูบอกว่าเลื่อนได้ก็ไม่อยากถามอะไรอีก เธอจึงฝากย้ำว่า ควรต้องขอให้ทางร้านเขียนบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่าจะคงสิทธ์ไิว้นานเท่าไหร่ก็ได้อย่างที่ตกลงด้วยวาจา) ค่ามัดจำสถานที่งานกลางคืน หลังจากพยายามเจรจาอยู่นานก็ได้ เงินคืนมาครึ่งหนึ่ง
• เธอเอาชุดเจ้าสาวไปเก็บไว้ในห้องแม่ เพราะไม่อยากเห็นให้แสลงใจ แต่ก็รักษาอย่างดี โดยห่อกระดาษไขให้มิดชิดและใส่ในถุงคลุมชุด จะได้เก็บไว้ใส่ในวันแต่งงานกับเจ้าบ่าวคนใหม่ ที่ต้องดีกว่าเดิม

          • เธอใช้เวลาเกือบสองเดือนสะสางทุกเรื่อง เพื่อยกเลิกงานแต่งงาน เจ้าบ่าวซึ่งอยู่คนละ ประเทศเพียงส่งเงินส่วนหนึ่งมาชดเชยค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เสียไป
•เธอเครียดอยู่นาน เพราะตกงานอยู่ร่วมปี ไม่ออกไปไหนไม่เข้าสังคม เจอคนขอแต่งงาน กันในร้านอาหารก็อารมณ์เสียจนต้องลุกออกจากร้าน แต่เวลาสามปีที่ผ่านไปก็ช่วยทำให้ทุกอย่างดีขึ้น และยิ่งดีขึ้นเมื่อเธอได้พบว่าที่เจ้าบ่าว คนใหม่ในที่สุด

เห็นไหมล่ะว่าทุกอย่างมีทางออก สิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ มีสติ แก้ไข และเดินหน้าต่อไปให้ดีที่สุด WE เป็น กำลังใจให้ว่าที่เจ้าสาวทุกคนผ่านทุกปัญหา ไปให้ได้นะคะ

Credit : WE Magazine

About Author

Comment

Thailand Web Stat © 2014 JDesign Agency | All rights Reserved