ประเภทและชนิดของทองต่างๆ

ทองคำขาว (White Gold)

  ทองคำขาวเกิดจาก วัสดุผสม ของทองคำและโลหะขาวอื่นๆ เช่น เงิน แพลเลเดียม หรือ นิกเกิล สีปกติของทองคำขาวมีสีเทาอ่อน โดยปกติอัญมณีที่ทำจากทองคำขาว นิยมเคลือบด้วย โรเดียม หรือ แพลตินัมเพื่อเพิ่มความเงางาม ทองคำขาวไม่ใช่แพลตินัม โดย ปกติจะเคลือบแพลตินัมไม่เกิน 1 ใน 3 เนื่องจากแพลตินัมมีราคาแพง ทองคำขาวได้ถูกคิดค้นขึ้นในช่วง คริสต์ทศวรรษ 1920 ซึ่งเป็นวัสดุผสมที่มาจาก ทองคำ - แพลเลเดียม -นิกเกิล และราคาถูกกว่า แพลตินัม ในช่วงสงครามโลกครั้งที่2 แพลตินัมและนิกเกิลถูกห้ามใช้ในกิจการอื่นนอกเหนือจากในสงคราม ทำให้วัสดุผสมระหว่าง ทองคำ-แพลเลเดียม เป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกา โดยมีน้ำหนักมากกว่าทองคำ -นิกเกิล ภายหลังสงคราม ทองคำขาวจากการผสมของนิกเกิลได้เป็นที่นิยมอีกครั้งเนื่องจากราคาที่ถูกกว่า บางคน (ประมาณ 12.5%) มีอาการแพ้ต่อทองคำขาว เนื่องจากปฏิกิริยาระหว่าง นิกเกิลกับผิวหนัง โดยการระคายเคืองเล็กน้อยสำหรับ "ทองคำขาว" ที่นิยมใช้ในวงการเครื่องประดับ นั้น เป็น 18 K White Gold มีส่วนประกอบเป็น ทองคำ 75% + เงิน 5% + พาลาเดียม 20% ทองคำ ขาว แม้จะมีสีขาวไม่ลอกแต่ว่าตัวมันเอง จะไม่เงาวาวเหมือน Platinum ดังนั้นถ้าทำเครื่องประดับ เค้ามักจะนำไปชุบด้วย Rhodium ให้มีสีเหมือน พลาตินั่ม ถ้าใช้ไประยะหนึ่งอาจเกิดการหมองคล้ำขึ้นได้ เนื่องจากส่วนผสมทองคำไม่ครบ 100 %

แพลทินั่ม (Platinum)

  แพลทินั่ม มีชื่อแร่มากจากภาษาสเปน ว่า “Plata” แปลว่า เงิน (Silver) เนื่องจากแต่เดิมเข้าใจกันว่าแพลตินั่ม คือ โลหะเงินนั่นเอง ในความเป็นจริงแพลตินั่มถือเป็นโลหะที่มีค่า และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน แต่ในความเป็นจริง แล้ว มนุษย์เรามีการค้นพบโลหะธาตุชนิดนี้มา ตั้งแต่ยุคโบราณมาแล้ว ดังจะเห็นได้จากหลักฐานที่มีการค้นพบ ตั้งแต่ 700 ปีก่อนคริสตกาล ในยุคอารยธรรมอียิปต์โบราณ ชาวอียิปต์เป็นกลุ่มแรกทีสามารถค้นพบเทคนิคในการนำแพลทินั่มมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และหลังจากนั้นในยุค 100 ปีก่อนคริสตกาล ชาวอินเดียนในแถบอเมริกาใต้ ก็สามารถค้นพบวิธีในการนำทองคำ และแพลทินั่มมาผสมกันเป็นผลสำเร็จ

  แพลทินั่ม ได้ถูกยกย่องให้เป็น The King of the precious metals ด้วยคุณลักษณ์พิเศษเหนือกว่าโลหะธาตุใดๆ จึงทำให้แพลทินั่มได้รับความนิยมเป็นอย่างมากตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 18 จนถึงปัจจุบันดังจะเห็นได้จากเครื่องประดับเพชรที่มีชื่อเสียงของโลก อาทิ The Star of Africa, The Hope, Janker I และ Koh-I-Noor ต่างก็ประดับอยู่บนตัวเรือนที่ทำด้วยแพลทินั่มทั้วสิ้น โดยยุคที่แพลทินั่มรุ่งเรืองที่สุด คือในยุค Art Norvear และคนแรกที่นำแพลทินั่มมาทำเป็นเครื่องประดับก็คือ Louise Cartier III ในคอลแลคชั่น แหวนหมั้นเพชร โดยใช้แพลทินั่มเป็นตัวสื่อถึงความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด และเพชรที่สื่อถึงความรักที่เป้นนิรันร์ จึงทำให้แพลทินั่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และ เป็นเครื่องประดับที่น่าหลงใหลของใครหลายๆคน

ลักษณะการเกิด มักเกิดกระจัดกระจายในธรรมชาติ เป็นเม็ด อยู่ในหินอัคนีชนิดเบสิก และ อัลตราเบสิก ส่วนมากเกิดมาพร้อมกับหินหนืด และอยู่ร่วมกับแหล่วหินอัคนีนั่นเอง นอกจากนี้ยังพบในลำธารที่น้ำกัดเซาะ และพัดพามาตกตะ เป็นโลหะธาตุที่พบได้น้อยมากในโลก แหล่งที่พบมาก คือ ประเทศแอฟริกาใต้ สามารถผลิตได้ถึง 80% ของจำนวนที่ผลิตได้ทั้งหมดในโลก ส่วนแหล่งที่เพิ่งค้นพบใหม่อยู่ในประเทศ รัสเซีย (ปัจจุบันสามารถผลิตได้ 11%) ซึ่งถ้าเทียบกับจำนวนการผลิตทองคำที่มีทั้งหมดในที่ต่างๆทั่วโลก จะพบว่า แพลทินั่มสามารถผลิตได้เพียงแค่ 1/25 หรือ 10 ตันมีแพลทินั่มเพียง 1 ออนซ์ ของปริมาณทองคำที่ผลิตได้ทั้งหมดในโลก

  แพลทินั่มที่นำมาทำเป็นเครื่องประดับ จะสีสวยส่วนผสมของธาตุ พาลาเดียม (Palladium), โรเดียม (Rodium) และ อิริเดียม (Irridium) โดยจะมีการตอกตราสัญลักษณ์ เพื่อแสดงเปอร์เซ็นต์ของแพลทินั่ม ที่ได้รับความนิยมในท้องตลาด ดังเช่น Pt1000 จะมีแพลทินั่มเป้นส่วนผสมประมาณ 100% และ Pt850 จะมีแพลทินั่มผสมอยู่ประมาณ 85% และอัลลอยด์15%

ทองเขียว

ทองเปอร์เซ็นต่ำ มีเนื้อทองอยู่ 60-80% เกิดขึ้นในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี มีการแข่งขันลดค่ากำเหน็จ ทำให้เกิดการไม่คิดค่ากำเหน็จราคาทองขึ้น ทั้งนี้ร้านค้าทองจึงผลิตทองแท่งที่มีส่วนผสมน้อยเพื่อลดต้นทุนและลด%เนื้อทองลง ออกจำหน่ายในราคาทอง 96.5% ปัจจุบันยังเห็นอยู่ตามต่างจังหวัด เมื่อสวมใส่ผ่านไป 3-4 เดือน ทองจะเริ่มเปลี่ยนสีจากเหลืองอร่ามเป็นสีเขียว

ทองน้ำประสานมาก

  ในการผลิตทองรูปพรรณการเชื่อมต่อจำเป็นต้องใช้น้ำประสานทอง ( Solder ) เป็นตัวเชื่อมประสานข้อต่อทองให้ติดกัน และตามทฤษฎี น้ำประสานทองต้อง % ต่ำกว่า % ของเนื้อทองคำ เพราะน้ำประสานทองต้องแข็งตัวก่อนทองคำ จึงจะเชื่อมต่อข้อต่อให้ติดกันได้ ดังนั้นช่างทองไทยจึงคิดหาสูตรในการผลิตทองรูปพรรณ โดยมีส่วนผสมหลักๆคือ ทองคำ (GOLD) โลหะเงิน ( Silver ) และ โลหะทองแดง ( Copper ) ส่วนใครจะผสมด้วยโลหะอื่นอีกหรือไม่ขึ้นอยู่กับสูตรเฉพาะของช่างทองไทยแต่ละรายเนื่องจากเป็นสูตรดั้งเดิมแต่บรรพบุรุษ เขาไม่เปิดเผยกัน และเมื่อทองคำถูกผสมด้วยทองแดง ซึ่งมีคุณสมบัติคือเมื่อเผาไฟแล้วจะเกิด ออกไซด์ Oxide คือทองคำทำปฏิกิริยากับอากาศทำให้เกิดเป็นสีดำ ดังจะเห็นว่าทองคำเนื้อ ( 75-85 % เมื่อเผาไฟแล้วสีของเนื้อทองจะดำ ) ดังนั้นเวลาเรานำทองรูปพรรณมาเผาไฟ ก็จะเห็นรอยเชื่อมต่อทอง หรือรอยของน้ำประสานทองสีดำตรงจุดเชื่อมตลอดทั้งเส้น ทั้งนี้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับลวดลาย เช่นลายที่มีการปะแผ่นจำนวนมาก หรือลายที่มีการเชื่อมต่อกันจำนวนหลายๆจุด ลวดลายที่มีน้ำประสานมาก ตัวอย่างเช่น ลายพริกไทย ลายตาไก่ ฯลฯ เป็นต้น แต่ถ้าหากเป็นลายบิดโปร่ง หรือลายถักเกลียว จะไม่ค่อยเห็นรอยเชื่อมต่อของน้ำประสานทองครับ จึงเรียกว่าลวดลายที่มีน้ำประสานน้อย ซึ่งถ้าหากว่าเป็นลวดลายที่มีน้ำประสานมาก เมื่อนำมาหลอมละลายแล้วจะเหลือ % ทองต่ำกว่าลวดลายที่มีน้ำประสานน้อย

ทองเค

ทองเคไม่ใช่ทองเก๋ แต่มีส่วนผสมของทองจริงๆ เป็นทองที่มีเปอร์เซ็นต์ต่ำกว่า 75% คำว่าเค (k) มาจากคำว่า “karat” โดยคิดให้หมายถึงจำนวนเปอร์เซ็นต์ของทองที่ผสมอยู่ในวัตถุโลหะผสมนั้น เนื่องจากทองอ่อนเกินไปที่จะใช้อยู่ในรูปที่บริสุทธิ์ จำเป็นต้องผสมกับโลหะอื่น เช่นกรอบแว่นชนิดหนึ่งที่มีทองเป็นส่วนผสม และเขียนไว้ว่า 14KT ซึ่ง KT มาจากคำว่า karat นั่นเอง ซึ่งมีสัดส่วนดังนี้

 

24 KT เทียบเท่าทอง 100 %

22 KT เทียบเท่าทอง 91.75 %

18 KT เทียบเท่าทอง 75 %

14 KT เทียบเท่าทอง 58.5 %

12 KT เทียบเท่าทอง 50.25 %

10 KT เทียบเท่าทอง 42 %

9 KT เทียบเท่าทอง 37.8 %

8 KT เทียบเท่าทอง 33.75 %

นาก

  นาก หรือ (Pink Gold Red Gold และ Rose Gold) เป็นเครื่องประดับที่มีมายาวนานไม่แพ้ทองคำ โดยนากเป็นโลหะผสมระหว่างทองแดงและทองคำ ซึ่งเป็นโลหะที่ประเทศไทยและประเทศในกลุ่มอาเซียนนิยมใช้ทำเครื่องรูปพรรณ เช่น เข็มขัดนากหรือสายสร้อย เพราะมีสีแปลกสวยงาม และยังมีความแข็งมากกว่าทองคำบริสุทธิ์ หรือทองรูปพรรณทองคำและทองแดงเมื่อผสมกันแล้วจะมีสีแปลกและสวยงาม เป็นสีกึ่งกลางระหว่างทองคำและทองแดง เรามักจะนิยมเรียกสีของสิ่งของบางชนิดที่คล้ายคลึงกับโลหะผสมชนิดนี้ว่า สีนาก ส่วนผสมระหว่างทองคำและทองแดงมากน้อยแตกต่างกันตามชนิดของนาก ซึ่งปัจจุบันนากคุณภาพสูง จะมีส่วนผสมของทอง 40 -50% ซึ่งการใช้เปอร์เซ็นต์สูงจะทำให้สีนากดูสวยงามและยังขัดถูให้สุกใสได้ง่ายกว่าอีกด้วย

ทองชุบขาว

  งานทองที่มีชิ้นงานที่ชุบทองด้วยไฟฟ้า มีความหนาของทองที่ห่อหุ้มน้อยกว่า 1 ไมครอน โดยปกติทองไมครอน จะมีความหนาที่ 3-5 ไมครอน แต่ทองชุบจะมีความหนาต่ำมาก ความทนทานจึงต่ำมากเช่นกัน

ทองเนื้อเก้า

  ทองคำบริสุทธิ์ โบราณกำหนดคุณภาพของเนื้อ ตั้งแต่เนื้อสี่ถึงเนื้อเก้า โดยตั้งพิกัดราคาตามเนื้อทอง คือ ทองหนัก ๑ บาท ราคา ๙ บาท, ทองธรรมชาติ ทองเนื้อแท้ ทองนพคุณ หรือ ทองชมพูนุท

NGG   Jewelry
By NGG Jewelry
[04/03/2013 |4:12 pm]