ความรู้เรื่องพลอย

อัญมณี (Gems Stone)

พลอยเนื้ออ่อน กับ พลอยเนื้อแข็ง ก่อนที่จะกล่าวถึงพลอยเนื้ออ่อนกับพลอยเนื้อแข็ง ก็จะขอกล่าวถึงเรื่องความแข็งของแร่กันก่อน ความแข็ง (Hardness) หมายถึง ความทนทานของแร่ต่อการขีดข่วนให้เป็นรอย การวัดความแข็งของอัญมณีและแร่ต่างๆจะใช้มาตรฐานของ Mohs หรือที่เรียกกันว่า Moh's scale โดยจัดความแข็งของแร่ เริ่มจากเลข 1-10 ดังนี้

ความแข็ง

10            -          เพชร (Diamond)
9              -          คอรันดัม (Corundum)
8              -          โทพาส (Topaz)
7              -          ควอทซ์ (Quartz)
6              -          ออร์โทเคลส (Orthoclase)
5              -          อะพาไทท์ (Apatite)
4              -          ฟลูออไรท์ (Fluorite)
3              -          คาลไซท์ (Calcite)
2              -          ยิปซัม (Gypsum)
1              -          ทัลค์ (Talc)

เพชรมีความแข็งมากที่สุด คือ มีค่าเท่ากับ 10 รองลงมา คือ พลอยตระกูลคอรันดัม ซึ่งได้แก่ ทับทิม (Ruby) ไพลิน (Blue Sapphire) และ Sapphire สีต่างๆ พลอยในกลุ่มนี้ จัดอยู่ใน"พลอยเนื้อแข็ง" ซึ่งมีความแข็งเท่ากับ 9 ส่วนพลอยอื่นๆที่มีความแข็งต่ำกว่า 9 จะจัดอยู่ใน"พลอยเนื้ออ่อน"ทั้งหมด เช่น อะมิทิสต์ (Amethyst) จัดอยู่ในพลอยตระกูลควอทซ์ (Quartz) มีความแข็งเท่ากับ 7พลอยที่มีความแข็งมากกว่า จะสามารถขูดขีดพลอยที่มีความแข็งน้อยกว่าให้เป็นรอยได้ ดังนั้นเวลาเก็บรักษาเครื่องประดับ ควรเก็บไว้ในที่ที่แยกจากกันเป็นสัดส่วน อย่าให้กระทบกันจนเกิดเป็นรอยได้

ความรู้เรื่องพลอย เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับพลอยชนิดต่าง ๆ 

พลอยชนิดต่าง ๆ

  ทับทิม

  โกเมน

  อความารีน

  มรกต

  บุษราคัม

 H โทปาสH

  ไพลิน

  เพอริโดต์

  อเมธิสต์

  ซัฟไฟร์ชมพู

  โอปอล

  ทัวร์มาลีน

 

  สีสันสวยงามที่แตกต่างกันของพลอยแต่ละชนิด นักสะสมอัญมณีต่างก็ให้ความสำคัญเรื่องนี้เป็นที่สุด เราจะดูจาก สี โทนสี และความเข้มของสีในพลอยแต่ละเม็ด

สี (Hue) พลอยที่มีค่าสูงหมายถึงพลอยที่มีสีโดดเด่นเพียงสีเดียว ที่เราเรียกว่าน้ำหน้า พลอยส่วนมากมักจะมีสีให้เห็น สองหรือสามสีในเม็ดเดียวกัน เราเรียกว่าน้ำข้าง ยกตัวอย่างเช่นพลอยไพลิน ของกาญจนบุรี ที่โดดเด่นน้ำหน้าคือสีน้ำเงิน ส่วนน้ำข้างคือสีเขียว หรือสีเทา  หากพลอยที่มีน้ำข้างขึ้นมาเด่นชัดถือว่าพลอยเม็ดนี้มีสีไม่สวย เพราะเราไม่เห็นเป็นสีน้ำเงินเพียงสีเดียวแต่เราเห็นเป็นสีน้ำเงินแกมเขียม หรือสีน้ำเงินแกมเทา ยกตัวอย่างอีกชนิดหนึ่งคือทับทิม ทับทิมมีน้ำหน้าเป็นสีแดง ส่วนน้ำข้างส่วนมากที่เห็นเป็นสีม่วง หากทับทิมที่มีคุณภาพสูงจะเห็นเป็นสีแดงเด่นชัดสีเดียว ส่วนแดงแกมม่วงก็จะมีราคารองลงไป

โทนสี
(Tone)

สว่าง ถึง เข้ม เกิดจากความสว่าง มืดในพลอยเม็ดนั้น เรามักแยกโทนออกเป็น 5 โทน คือ สว่าง สว่าง ปานกลาง ปานกลางถึงมืด และมืด พลอยที่เราคัดสรรมา มักมีโทนสีที่สวยงามนั่นคือ สว่างปานกลาง-ปานกลาง-ปานกลางถึงมืด คุณจะได้พบกับพลอยที่เราคัดสรรมาเป็นอย่างดีแล้ว


NGG   Jewelry
By NGG Jewelry
[04/03/2013 |4:53 pm]