• 093-194-6419
  • Bangkok, Thailand
  • Lost Password

กำจัดกระให้หน้าใสก่อนเป็นเจ้าสาวค่ะ

301

Home WEBBOARD ประกาศ ซื้อ-ขาย สินค้าและบริการ กำจัดกระให้หน้าใสก่อนเป็นเจ้าสาวค่ะ

This topic contains 0 replies, has 1 voice, and was last updated by  Pup Pa Da 4 years, 2 months ago.

Viewing 1 post (of 1 total)
  • Author
    Posts
  • #7197

    Pup Pa Da
    Participant

     

    อ่านเจอเรื่องของฝ้ากระของคุณหมอท่านนึง อยากเอามาแชร์ค่ะ ปัญหาความงามนี่ผู้หญิงทุกคนสู้ตายจริงๆ แต่ก่อนเราหน้าไม่แพ้ ไม่เป็นอะไรเลย แต่พอ 30 กว่าแล้ว เหี่ยว ตีนกาขึ้นยังไม่พอ ตอนนี้มีกระโผล่มาสวัสดีตรงโหนกแก้ม เพลียมาก ทาครีมอะไรก็ไม่หาย ตอนแรกจะสั่งซื้อครีมจากออสเตรเลียมาใช้เห้นตามเว็บบอร์ดเค้าว่าดี แต่มาเจอคลิปคุณหมอคนนี้แล้วเลยหยุดตั้งสติคิดก่อนว่าจะรักษายังไงดี เผื่อใครที่กำลังหาข้อมูล เจอฝ้ากระขึ้นหน้า อาจจะช่วยตัดสินใจง่ายขึ้นค่ะ แล้วก็รู้ด้วยว่าตัวเองเป็นกระแบบไหน ต้องรักษายังไงไม่ให้เสียเงินเปล่าค่ะ
    บทสัมภาษณ์ในเว็บของคุณหมอค่ะ
    มีคนไข้เข้ามาสอบถามทุกวันนะคะว่า ตอนนี้เป็นฝ้าหรือยัง เพราะบางทีก็ยังไม่แน่ใจว่าลักษณะแบบไหนที่เขาเรียกว่าฝ้า ถ้าเราเป็นฝ้าลักษณะของการเกิดฝ้าก็จะเป็นแผ่นนะคะ สีน้ำตาล ดำๆ อยู่บนผิว แต่ผิวหนังของเราก็ดูปกติ เรียบดี ไม่มีเป็นขุย ไม่มีสะเก็ด ไม่มีการอักเสบอะไรเกิดขึ้น โดยทั่วไปเราแบ่งฝ้าออกได้เป็นหลายแบบ อาจจะแบ่งตามระดับความลึกของฝ้า หรือแบ่งตามการกระจายตัวของฝ้าก็ได้ ถ้าเราแบ่งตามระดับความลึกของฝ้าก็จะแบ่งออกเป็น
    1) ฝ้าตื้น 2) ฝ้าลึก 3) ฝ้าผสม
    หรือถ้าแบ่งตามการกระจายตัวของฝ้า จะแบ่งออกเป็น 3 แบบเหมือนกัน
    1) แบบแรกคือฝ้าแบบ Centrofacial คนไข้ที่มีฝ้าบริเวณกลางของใบหน้า ก็คือมีฝ้าที่หน้าผากด้วย ลงมาที่จมูก เป็นตรงข้างแก้ม ริมฝีปากบน แล้วก็ช่วงคาง คืออยู่บริเวณกลางของใบหน้า ซึ่งเป็บแบบที่พบบ่อยมากที่สุด คือประมาณ 63% ของการเกิดฝ้าทั้งหมด
    2) ส่วนประเภทที่ 2 เขาเรียก Malar เกิดฝ้าบริเวณจมูกและโหนกแก้มทั้ง 2 ข้าง
    3) แบบที่ 3 จะพบน้อยหน่อยเรียกว่า   Mandibular จะเป็นช่วงล่างของใบหน้า คือตรงบริเวณ ขากรรไกร คาง
    แล้วถ้าฝ้ากับกระมันมีลักษณะเหมือนกันไหมคะ?
    สามารถแยกได้ คือสีมันจะต่างกัน ถ้าเป็นฝ้าตื้นๆก็จะออกเป็นสีดำๆน้ำตาลๆ ขอบเขตชัดเจน แต่ถ้าเป็นฝ้าลึกสีมันจะออกเป็นดำๆ เทาๆ คือมองดูแล้วเหมือนฝังลึกอยู่แน่นใต้ผิว เวลาส่วนใหญ่ที่คนไข้เป็นถ้าเป็นฝ้าตื้นๆ เราก็ไปซื้อพวกไวน์เทนนิ่งมาทา ครีมพวกตามเคาน์เตอร์มาใช้ เราก็จะมีความรู้สึกว่ามันก็จางลง แต่พอถึงระดับนึงแล้วเราจะรู้สึกว่าทำไมทาต่อแล้วมันไม่จางละมันเหมือนหยุด เราก็จะรู้สึกว่าครีมมันไม่เวิร์ค จริงๆคือมันทำให้ฝ้าตื้นดีขึ้น แต่ในส่วนที่เหลืออาจจะเป็นฝ้าลึกซึ่งไม่สามารถที่จะรักษาด้วยครีมหรือเครื่องสำอางค์ที่เราใช้แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่คนเราจะเป็นฝ้าแบบผสม แต่ถ้าเป็นฝ้าลึกถ้าเรารู้ตัวก็ไม่ใช้ซื้อยาทาเองหรือว่าพยายามที่จะไปขัดผิวลอกผิว หรือกรอผิว เพราะว่าตรงนี้มันอันตราย เพราะสาเหตุของการเกิดฝ้าลึกมันอยู่ในผิวหนังชั้นหนังแท้ซึ่งมันจะมีการสร้างเม็ดสีออกมาซึ่งเม็ดสีตรงนี้มันกำจัดได้ยาก การใช้ยาอย่างเดียวก็อาจจะไม่ช่วยอาจจะต้องมีการใช้นวัตกรรมเลเซอร์เข้ามาช่วยด้วยและก็รักษาด้วยเลเซอร์อย่างเดียวก็ไม่พอ การดูแลอย่างต่อเนื่องหลังการรักษาก็สำคัญมาก
    กระก็ยังแบ่งประเภทอีกเหมือนกันเหมือนฝ้าเลย 
    ก็จะแบ่งตามระดับความลึก เป็นกระที่เกิดจากแสงแดดเหมือนเวลาเราไปตากแดดเราก็จะเห็นว่ามีจุดดำๆเล็กๆ ขึ้นมา อันนี้เรียกว่ากระแดด ขนาดจะไม่เกิน 0.5 มินลิเมตร ก็จะเป็นลักษณะของกระแดดตื้นๆ ขึ้นมา ประเภทที่ 2 เขาเรียกว่ากระลึก กระลึกจะเป็นพันธุกรรมคือในครอบครัวจะเป็น ตอนเด็กๆ
    ตอนเกิดมาไม่มีพอเข้าสู่วัยรุ่น 15 – 20 ปี จะเริ่มมีแล้วจะเริ่มเป็นบริเวณโหนกแก้มด้านบน สีจะเป็นสีเทาๆ ขนาดใหญ่ ถ้าอยู่ในที่ร่มไม่เข้ม แต่พอไปตากแดด ชอบทำกับข้าวโดนความร้อน ชอบไปเล่นกีฬากลางแจ้งมันก็จะเข้มขึ้นมา เขาเรียกว่ากระลึก คนไทยก็เป็น คนเอเซียก็เป็น อีกแบบนึงก็จะเกิดกับคนแก่ที่เป็นกลมๆเหมือนเหรียญบาท อันนี้ก็เกิดจากแสงแดดและเกิดจากวัยที่มากขึ้น เพราะฉะนั้นกระก็แบ่งเป็น 3 ประเภทเช่นดียวกัน
    กระที่เราคุยกันมี 3 แบบก็คือ กระลึก กระตื้น แล้วก็กระแดด ทั้ง 3 อย่างนี้การรักษามันมีกี่วิธีบ้างคะ?
    การรักษากระตื้นกับกระแดดเราสามารถที่จะรักษาด้วยวิธีการเดียวกันได้เพราะว่าตัวเมลานีนที่เป็นสาเหตุของการเกิดกระ มันอยู่บนผิวหนังชั้นหนังกำพร้าด้านบนของผิวการรักษาก็ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับการรักษากระลึกซึ่งเป็นการรักษาที่อยู่ในชั้นหนังแท้ด้านล่าง ช่วงนั้นก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด และความร้อน ให้มากที่สุด  แล้วก็เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รักษาฝ้า กระโดยเฉพาะ อาจจะเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไวน์เทนนิ่ง
    แล้ววิธีการอื่นๆที่คุณหมอเคยเจอคนไข้ในเคสที่ผ่านมามีวิธีการรักษาแบบอื่นอีกไหมคะ?
    บางเคสเป็นเยอะมากคือเป็นเกือบทุกอณูเลยเป็นร้อยเป็นพันเม็ด เราจะต้องใช้การรักษาที่เป็นกลุ่มแสงเลเซอร์เข้าช่วย
    แสงลเซอร์ที่คุณหมอใช้กับคนไข้ ใช้แบบไหนคะ
    ตัวแสงเลเซอร์ที่ดีที่สุดสำหรับการรักษาพวกกระแดดหรือกระตื้นเราจะใช้ลำแสงที่เขาเรียกว่า Limelight ซึ่งเป็นกลุ่มลำแสงที่มีความแอดวานซ์มากกว่า IPL ส่วนใหญ่จะได้ยิน IPL แต่อันนี้คือ Next Generation ของกลุ่ม IPL ทีนี้การใช้ลำแสง Limelight เราจะใช้วิธีการสแกนแสงไปทั่วหน้าคือเราไม่จำเป็นต้องมายิงตามจุด พอเราสแกนแสงไปทั่วหน้าแล้วตรงบริเวณที่เป็นกระมันจะทำการดูดแสงเอง พอเสร็จกระจะขึ้นเป็นจุดเล็กๆ
    ดำๆ เป็นบางๆ ขุยๆ เหมือนขี้ไคล แต่ถ้าเราใช้น้ำยาแต้มสะเก็ดมันจะเป็นใหญ่ๆหนาแล้วก็เหมือนจะเป็นแผลแล้วถ้าหลุดเร็วก็จะเป็นแผล แต่ถ้าใช้ลำแสง Limelight มันจะไม่เป็นแผลเป็นเหมือนขี้ไคลเหมือนเยื่อบางๆเฉพาะตรงบริเวณที่เราเป็นกระโดยที่เราไม่ต้องเลือกว่าเราจะยิงตรงไหน เราก็สแกนไปทั้งหน้าเลย ตรงที่เป็นผิวปกติก็จะดูขาวขึ้น แต่ตรงที่เป็นกระจะดูเข้มขึ้นแล้วก็จะเป็ยขุยๆออกมาก เราก็ล้างหน้าซับหน้าเบาๆ ประมาณ 7-10 วัน ขุยๆเล็กๆมันก็จะลอกไป ตรงบริเวณนั้นก็จะกลับมาเป็นผิวหน้าปรกติ เป็นเหมือนกับไม่เคยที่จะเป็นกระหรือรอยดำมาก่อน
    กระลึกใช้วิธีรักษาเดียวกันไหมคะ?
    กระลึกเป็นอะไรที่น่าลำบากใจเพราะว่า เป็นพันธุกรรมด้วยแดดก็มีส่วนด้วย การทายาอาจจะใช้ไวน์เทนนิ่งผลิตภัณฑ์ต่างๆมาทา หรือว่าแต้มด้วยกรดก็ไม่ช่วยเพราะว่ามันอยู่ลึกลงไปในผิวชั้นล่าง เพราะฉะนั้นก็ต้องใช้เลเซอร์ที่มีแก้ไขปัญหาจุดด่างดำที่อยู่ใบผิวชั้นหนังแท้เลย เราจะใช้เลเซอร์ที่มีชื่อว่า Revlite เขาเรียกว่าเป็น Photo Acoustic Laser คือเป็นนวัตกรรมที่ใช้พลังงานเสียงและพลังงานแสงควบคู่กันไปเพราะพลังงานแสงเลเซอร์อย่างเดียวไม่สามารถที่จะซึมลึกลงไปใต้ชั้นผิวที่อยู่ในชั้นหนังแท้เพื่อจะขจัดกระลึกได้ เพราะถ้าเป็นแสงอย่างเดียวพลังงานที่ใช้จะต้องสูงมาก
    เพราะฉะนั้นผิวหนังด้านบนจะต้องไหม้ ฉะนั้นเพื่อที่จะให้เลเซอร์ผ่านผิวหนังด้านบนไปได้เพื่อทำลายเม็ดสีด้านล่างโดยใชพลังงานน้อยที่สุดก็จะต้องใช้พลังงานคลื่นเสียงเข้าไปช่วยคือทำให้เกิดการสั่นสะเทือนใต้ผิวด้วยเพื่อให้เม็ดสีที่มันเกาะเป็นกระจุกๆเกิดการกระจายตัวหลังทำกระลึกก็จะจางลงทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ
    ถ้าทำแล้วฝ้ามันจะกลับมาอีกไหมคะ?
    ก่อนการรักษาเราต้องทำความเข้าใจกัน คนไข้ต้องรู้แล้วว่าเราเป็นฝ้าขึ้นมาธรรมชาติของฝ้าคืออะไร เป็นแล้วรักษาแล้วมันดีขึ้นเหมือนจะหายไปแต่จริงๆแล้ว ไม่หายขาดเมื่อโดนแดด หรือมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนสามารถที่จะกลับมาเป็นใหม่ได้ เพราะฉะนั้นการรักษาคนไข้ที่เป็นฝ้า เป็นเรื่องที่จะต้องทำความเข้าใจและให้ความรู้กันมากๆ คือเราต้องดูแลกันต่อเนื่อง (เพราะฉะนั้นเลเซอร์อย่างเดียวไม่ใช่คำตอบของการรักษาฝ้า) Laser
    ทำให้ฝ้า กระ ที่มีอยู่แล้วจางหายไป แต่ไม่ได้ป้องกันการเกิดใหม่ของกระและฝ้า การดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง  (NSB , ใช้ผลิตภัณฑ์ควบคุมการเกิดฝ้า
    และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด) จะช่วยลดอัตราการกลับเป็นซ้ำของฝ้าได้
    เครดิตเนื้อหาที่ดึงมาโดย แพทย์หญิง สุนิดา ยุทธโยธิน 
    แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง & เลเซอร์ Nida Skin & Cosmetic Surgery


    อ่านเจอเรื่องของฝ้ากระของคุณหมอท่านนึง อยากเอามาแชร์ค่ะ ปัญหาความงามนี่ผู้หญิงทุกคนสู้ตายจริงๆ แต่ก่อนเราหน้าไม่แพ้ ไม่เป็นอะไรเลย แต่พอ 30 กว่าแล้ว เหี่ยว ตีนกาขึ้นยังไม่พอ ตอนนี้มีกระโผล่มาสวัสดีตรงโหนกแก้ม เพลียมาก ทาครีมอะไรก็ไม่หาย ตอนแรกจะสั่งซื้อครีมจากออสเตรเลียมาใช้เห้นตามเว็บบอร์ดเค้าว่าดี แต่มาเจอคลิปคุณหมอคนนี้แล้วเลยหยุดตั้งสติคิดก่อนว่าจะรักษายังไงดี เผื่อใครที่กำลังหาข้อมูล เจอฝ้ากระขึ้นหน้า อาจจะช่วยตัดสินใจง่ายขึ้นค่ะ แล้วก็รู้ด้วยว่าตัวเองเป็นกระแบบไหน ต้องรักษายังไงไม่ให้เสียเงินเปล่าค่ะ

    บทสัมภาษณ์ในเว็บของคุณหมอค่ะ

    มีคนไข้เข้ามาสอบถามทุกวันนะคะว่า ตอนนี้เป็นฝ้าหรือยัง เพราะบางทีก็ยังไม่แน่ใจว่าลักษณะแบบไหนที่เขาเรียกว่าฝ้า ถ้าเราเป็นฝ้าลักษณะของการเกิดฝ้าก็จะเป็นแผ่นนะคะ สีน้ำตาล ดำๆ อยู่บนผิว แต่ผิวหนังของเราก็ดูปกติ เรียบดี ไม่มีเป็นขุย ไม่มีสะเก็ด ไม่มีการอักเสบอะไรเกิดขึ้น โดยทั่วไปเราแบ่งฝ้าออกได้เป็นหลายแบบ อาจจะแบ่งตามระดับความลึกของฝ้า หรือแบ่งตามการกระจายตัวของฝ้าก็ได้ ถ้าเราแบ่งตามระดับความลึกของฝ้าก็จะแบ่งออกเป็น

    1) ฝ้าตื้น 2) ฝ้าลึก 3) ฝ้าผสม

    หรือถ้าแบ่งตามการกระจายตัวของฝ้า จะแบ่งออกเป็น 3 แบบเหมือนกัน

    1) แบบแรกคือฝ้าแบบ Centrofacial คนไข้ที่มีฝ้าบริเวณกลางของใบหน้า ก็คือมีฝ้าที่หน้าผากด้วย ลงมาที่จมูก เป็นตรงข้างแก้ม ริมฝีปากบน แล้วก็ช่วงคาง คืออยู่บริเวณกลางของใบหน้า ซึ่งเป็บแบบที่พบบ่อยมากที่สุด คือประมาณ 63% ของการเกิดฝ้าทั้งหมด

    2) ส่วนประเภทที่ 2 เขาเรียก Malar เกิดฝ้าบริเวณจมูกและโหนกแก้มทั้ง 2 ข้าง

    3) แบบที่ 3 จะพบน้อยหน่อยเรียกว่า   Mandibular จะเป็นช่วงล่างของใบหน้า คือตรงบริเวณ ขากรรไกร คาง

    แล้วถ้าฝ้ากับกระมันมีลักษณะเหมือนกันไหมคะ?

    สามารถแยกได้ คือสีมันจะต่างกัน ถ้าเป็นฝ้าตื้นๆก็จะออกเป็นสีดำๆน้ำตาลๆ ขอบเขตชัดเจน แต่ถ้าเป็นฝ้าลึกสีมันจะออกเป็นดำๆ เทาๆ คือมองดูแล้วเหมือนฝังลึกอยู่แน่นใต้ผิว เวลาส่วนใหญ่ที่คนไข้เป็นถ้าเป็นฝ้าตื้นๆ เราก็ไปซื้อพวกไวน์เทนนิ่งมาทา ครีมพวกตามเคาน์เตอร์มาใช้ เราก็จะมีความรู้สึกว่ามันก็จางลง แต่พอถึงระดับนึงแล้วเราจะรู้สึกว่าทำไมทาต่อแล้วมันไม่จางละมันเหมือนหยุด เราก็จะรู้สึกว่าครีมมันไม่เวิร์ค จริงๆคือมันทำให้ฝ้าตื้นดีขึ้น แต่ในส่วนที่เหลืออาจจะเป็นฝ้าลึกซึ่งไม่สามารถที่จะรักษาด้วยครีมหรือเครื่องสำอางค์ที่เราใช้แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่คนเราจะเป็นฝ้าแบบผสม แต่ถ้าเป็นฝ้าลึกถ้าเรารู้ตัวก็ไม่ใช้ซื้อยาทาเองหรือว่าพยายามที่จะไปขัดผิวลอกผิว หรือกรอผิว เพราะว่าตรงนี้มันอันตราย เพราะสาเหตุของการเกิดฝ้าลึกมันอยู่ในผิวหนังชั้นหนังแท้ซึ่งมันจะมีการสร้างเม็ดสีออกมาซึ่งเม็ดสีตรงนี้มันกำจัดได้ยาก การใช้ยาอย่างเดียวก็อาจจะไม่ช่วยอาจจะต้องมีการใช้นวัตกรรมเลเซอร์เข้ามาช่วยด้วยและก็รักษาด้วยเลเซอร์อย่างเดียวก็ไม่พอ การดูแลอย่างต่อเนื่องหลังการรักษาก็สำคัญมาก

    กระก็ยังแบ่งประเภทอีกเหมือนกันเหมือนฝ้าเลย 

    ก็จะแบ่งตามระดับความลึก เป็นกระที่เกิดจากแสงแดดเหมือนเวลาเราไปตากแดดเราก็จะเห็นว่ามีจุดดำๆเล็กๆ ขึ้นมา อันนี้เรียกว่ากระแดด ขนาดจะไม่เกิน 0.5 มินลิเมตร ก็จะเป็นลักษณะของกระแดดตื้นๆ ขึ้นมา ประเภทที่ 2 เขาเรียกว่ากระลึก กระลึกจะเป็นพันธุกรรมคือในครอบครัวจะเป็น ตอนเด็กๆ

    ตอนเกิดมาไม่มีพอเข้าสู่วัยรุ่น 15 – 20 ปี จะเริ่มมีแล้วจะเริ่มเป็นบริเวณโหนกแก้มด้านบน สีจะเป็นสีเทาๆ ขนาดใหญ่ ถ้าอยู่ในที่ร่มไม่เข้ม แต่พอไปตากแดด ชอบทำกับข้าวโดนความร้อน ชอบไปเล่นกีฬากลางแจ้งมันก็จะเข้มขึ้นมา เขาเรียกว่ากระลึก คนไทยก็เป็น คนเอเซียก็เป็น อีกแบบนึงก็จะเกิดกับคนแก่ที่เป็นกลมๆเหมือนเหรียญบาท อันนี้ก็เกิดจากแสงแดดและเกิดจากวัยที่มากขึ้น เพราะฉะนั้นกระก็แบ่งเป็น 3 ประเภทเช่นดียวกัน

    กระที่เราคุยกันมี 3 แบบก็คือ กระลึก กระตื้น แล้วก็กระแดด ทั้ง 3 อย่างนี้การรักษามันมีกี่วิธีบ้างคะ?

    การรักษากระตื้นกับกระแดดเราสามารถที่จะรักษาด้วยวิธีการเดียวกันได้เพราะว่าตัวเมลานีนที่เป็นสาเหตุของการเกิดกระ มันอยู่บนผิวหนังชั้นหนังกำพร้าด้านบนของผิวการรักษาก็ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับการรักษากระลึกซึ่งเป็นการรักษาที่อยู่ในชั้นหนังแท้ด้านล่าง ช่วงนั้นก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด และความร้อน ให้มากที่สุด  แล้วก็เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รักษาฝ้า กระโดยเฉพาะ อาจจะเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไวน์เทนนิ่ง

    แล้ววิธีการอื่นๆที่คุณหมอเคยเจอคนไข้ในเคสที่ผ่านมามีวิธีการรักษาแบบอื่นอีกไหมคะ?

    บางเคสเป็นเยอะมากคือเป็นเกือบทุกอณูเลยเป็นร้อยเป็นพันเม็ด เราจะต้องใช้การรักษาที่เป็นกลุ่มแสงเลเซอร์เข้าช่วย

    แสงลเซอร์ที่คุณหมอใช้กับคนไข้ ใช้แบบไหนคะ

    ตัวแสงเลเซอร์ที่ดีที่สุดสำหรับการรักษาพวกกระแดดหรือกระตื้นเราจะใช้ลำแสงที่เขาเรียกว่า Limelight ซึ่งเป็นกลุ่มลำแสงที่มีความแอดวานซ์มากกว่า IPL ส่วนใหญ่จะได้ยิน IPL แต่อันนี้คือ Next Generation ของกลุ่ม IPL ทีนี้การใช้ลำแสง Limelight เราจะใช้วิธีการสแกนแสงไปทั่วหน้าคือเราไม่จำเป็นต้องมายิงตามจุด พอเราสแกนแสงไปทั่วหน้าแล้วตรงบริเวณที่เป็นกระมันจะทำการดูดแสงเอง พอเสร็จกระจะขึ้นเป็นจุดเล็กๆ

    ดำๆ เป็นบางๆ ขุยๆ เหมือนขี้ไคล แต่ถ้าเราใช้น้ำยาแต้มสะเก็ดมันจะเป็นใหญ่ๆหนาแล้วก็เหมือนจะเป็นแผลแล้วถ้าหลุดเร็วก็จะเป็นแผล แต่ถ้าใช้ลำแสง Limelight มันจะไม่เป็นแผลเป็นเหมือนขี้ไคลเหมือนเยื่อบางๆเฉพาะตรงบริเวณที่เราเป็นกระโดยที่เราไม่ต้องเลือกว่าเราจะยิงตรงไหน เราก็สแกนไปทั้งหน้าเลย ตรงที่เป็นผิวปกติก็จะดูขาวขึ้น แต่ตรงที่เป็นกระจะดูเข้มขึ้นแล้วก็จะเป็ยขุยๆออกมาก เราก็ล้างหน้าซับหน้าเบาๆ ประมาณ 7-10 วัน ขุยๆเล็กๆมันก็จะลอกไป ตรงบริเวณนั้นก็จะกลับมาเป็นผิวหน้าปรกติ เป็นเหมือนกับไม่เคยที่จะเป็นกระหรือรอยดำมาก่อน

    กระลึกใช้วิธีรักษาเดียวกันไหมคะ?

    กระลึกเป็นอะไรที่น่าลำบากใจเพราะว่า เป็นพันธุกรรมด้วยแดดก็มีส่วนด้วย การทายาอาจจะใช้ไวน์เทนนิ่งผลิตภัณฑ์ต่างๆมาทา หรือว่าแต้มด้วยกรดก็ไม่ช่วยเพราะว่ามันอยู่ลึกลงไปในผิวชั้นล่าง เพราะฉะนั้นก็ต้องใช้เลเซอร์ที่มีแก้ไขปัญหาจุดด่างดำที่อยู่ใบผิวชั้นหนังแท้เลย เราจะใช้เลเซอร์ที่มีชื่อว่า Revlite เขาเรียกว่าเป็น Photo Acoustic Laser คือเป็นนวัตกรรมที่ใช้พลังงานเสียงและพลังงานแสงควบคู่กันไปเพราะพลังงานแสงเลเซอร์อย่างเดียวไม่สามารถที่จะซึมลึกลงไปใต้ชั้นผิวที่อยู่ในชั้นหนังแท้เพื่อจะขจัดกระลึกได้ เพราะถ้าเป็นแสงอย่างเดียวพลังงานที่ใช้จะต้องสูงมาก

    เพราะฉะนั้นผิวหนังด้านบนจะต้องไหม้ ฉะนั้นเพื่อที่จะให้เลเซอร์ผ่านผิวหนังด้านบนไปได้เพื่อทำลายเม็ดสีด้านล่างโดยใชพลังงานน้อยที่สุดก็จะต้องใช้พลังงานคลื่นเสียงเข้าไปช่วยคือทำให้เกิดการสั่นสะเทือนใต้ผิวด้วยเพื่อให้เม็ดสีที่มันเกาะเป็นกระจุกๆเกิดการกระจายตัวหลังทำกระลึกก็จะจางลงทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ

    ถ้าทำแล้วฝ้ามันจะกลับมาอีกไหมคะ?

    ก่อนการรักษาเราต้องทำความเข้าใจกัน คนไข้ต้องรู้แล้วว่าเราเป็นฝ้าขึ้นมาธรรมชาติของฝ้าคืออะไร เป็นแล้วรักษาแล้วมันดีขึ้นเหมือนจะหายไปแต่จริงๆแล้ว ไม่หายขาดเมื่อโดนแดด หรือมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนสามารถที่จะกลับมาเป็นใหม่ได้ เพราะฉะนั้นการรักษาคนไข้ที่เป็นฝ้า เป็นเรื่องที่จะต้องทำความเข้าใจและให้ความรู้กันมากๆ คือเราต้องดูแลกันต่อเนื่อง (เพราะฉะนั้นเลเซอร์อย่างเดียวไม่ใช่คำตอบของการรักษาฝ้า) Laser ทำให้ฝ้า กระ ที่มีอยู่แล้วจางหายไป แต่ไม่ได้ป้องกันการเกิดใหม่ของกระและฝ้า การดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง  (NSB , ใช้ผลิตภัณฑ์ควบคุมการเกิดฝ้า และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด) จะช่วยลดอัตราการกลับเป็นซ้ำของฝ้าได้

    เครดิตเนื้อหาที่ดึงมาโดย แพทย์หญิง สุนิดา ยุทธโยธิน
    แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง & เลเซอร์ Nida Skin & Cosmetic Surgery
    http://www.nidaskincosmetic.com

     

Viewing 1 post (of 1 total)

You must be to reply to this topic.

Thailand Web Stat © 2014 JDesign Agency | All rights Reserved